[TF]Cover Me:Chapter 106

posted on 17 Nov 2013 20:13 by ki-kakao in TF directory Fiction, Cartoon

ไปฉลองวันเกิดล่วงหน้ามาเลยมาช้าแต่ก็นะ กินซะอิ่มเลยเหอๆสรุปที่พยายามลดน้ำหนักตลอดอาทิตย์ก็สูญเปล่า....ขอบใจนะบาบีก้อน

อ่านให้สนุกนะคะ

Kakao     

 

ตอบเม้น                              

1#คุณSuper_ป่องป๊อง ไม่เป็นไรค่ะข้าวเข้าใจว่ามันล็อกอินยากจริงๆ ส่วนสามพีนี่เราต้องรอกันไปก่อนมั้งคะ BDQเธอหลงฮอบบิตแบบโงไม่ขึ้นยังไม่ลงตอนใหม่เสียที เฮ้ออออ

2#คุณลมหนาว ออพติมัสดูจะไม่ชอบเอามากๆอาจเป็นเพราะว่าเอาอะไรมาเกาะก้นแน่ๆ ฮา โดนแกล้งน่ะโดนแน่ค่ะ

3#คุณPB  เคดรู้ว่าอยู่กับเหล่า’บอทเนี่ยมันไม่ทำมะดา ส่วนเรื่องตกเขาเดี๋ยวรู้ ฮา(แอบสปอล์ย)

 

 

 

 

Credit : http://blkdragonqueen.livejournal.com/

                              

คำอธิบายเกี่ยวกับลักษณะตัวอักษรในฟิค

 

“ประโยคคำพูด”

 

'ความคิด'

 

“-สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ-”

 

“ภาษาไซเบอร์ตรอน”

 

“:สตาร์ลิงค์:”

 

อธิบายเพิ่มเติม

ลิงค์: การที่สปาร์คเรียกหากัน แต่ยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เชื่อมสัมพันธ์ : ประมาณการแต่งงาน

สตาร์ ลิงค์: การที่สปาร์คสองดวงพูดคุย

 

 

อายุอานามของเหล่าหุ่นในเรื่องเมื่อเทียบกับคน

 

Autobots

Optimus: 27-30

Ratchet: 37-40

Ironhide: 37-40

Bumblebee: 17-19

Wheeljack: 38-40

Twin: 23-24

Perceptor: 35-37

Inferno: 30-35

Red Alert: 25-27

 

 

Decepticon

Barricade: 20-23

Starscream 30-33  

Thundercracker 30-33

Skywarp 30-33

Misfire 23-25

Runamuck 35-38

Runabout 35-38

Hook 37-40  

Scraper 37-40

Long haul 37-40  

Scavenger 37-40

Mixmaster 37-40  

Soundwave: 35-38-- All cassettes: 26-34

 

Pairing

Wheeljack x Ratchet, Inferno x Red Alert, Sideswipe x Sunstreaker , Prowl x Jazz, Ironhide x Will, Thundercracker x Skywarp, Soundwave + Blaster, Rumble x Frenzy, Scrapper x Scavenger, Motorhead + Bluestreak,  Hound x  Mirage 

 

Cover Me

By Black Dragon Queen

 

 

Chapter 106: สารภาพ

 

“ให้ตายสิอยู่ไหนเนี่ย?”ไอออนไฮด์กัดฟันกรอดแล้วมองไปรอบเมืองอันวุ่นวายของเรโน เนวาดา

 

“ที่นี่อย่างกับโรงพยาบาลบ้าเลย”วิลล์บอกอย่างเห็นด้วยแล้วหัวเราะเบาๆ เขายกแว่ตากันแดดขึ้นมองไปทางรถที่ต่อแถวเรียงกันอยู่บนถนน

 

“ไม่อยากจะเชื่อว่าเราทำสองคนนั้นหาย”โพร์วบ่นพึมพำแล้วมองไปรอบๆถนนอันจอแจเพื่อมองหาแลมโบกีนีทั้งสองคัน โชคร้ายที่ถนนนั้นก็เต็มไปด้วยรถราคาแพงคล้ายๆกันเต็มไปหมด

 

“แต่ต้องยอมรับนะว่าสองคนนั้นเข้ากับแถวนี้มากๆเลย”ไอออนไฮด์เปรยขึ้นมา

 

“ดีใจเสียเถอะที่เราไม่ได้โผล่ไปแล้วลาส เวกัส (Las Vegas)”วิลล์หัวเราะ

 

“พริมัสทรงโปรด”โพร์วครางเมื่อทั้งสามนั้นขับผ่านคาสิโนอีกหลัง

 

“สาบานได้ฉันจะฆ่าเจ้าสองคนนั้นให้ได้”ไอออนไฮด์บอกขณะขับอ้อมรถที่มีคนเต็มรถและเปิดเสียงเพลงดังกระหึ่มจนน่ารำคาญ

 

“ถ้าแรทเชทไม่ฆ่าเขาก่อนนะครับ” โพร์วพ่นลมหายใจ“แต่ถ้าซันนีเป็นอะไรขึ้นมาล่ะเขาเรานี่แหละที่เขาจะตามฆ่าเพราะเราเป็นต้นเหตุ”

 

ไอออนไฮด์ทำเสียงหายใจเข้า“ให้ตายสิ!ลืมเรื่องนั้นไปเลย”

 

วิลล์ปรายตามองที่ปัดรถก่อนเบนไปมองที่รถสายตรวจ“เรียกหาสองคนนั้นไม่ได้หรือ?”เขาถามด้วยความสงสัย

 

“แถวนี้มีคลื่นแทรกมากเกินไปที่จะเจาะจงให้ส่งไปหาสองคนนั้น”ไอออนไฮด์ถอนหายใจ

 

“และเจ้าพวกนั้นไม่ยอมรับสายด้วย”โพร์วบอกอย่างโกรธ “คิดแล้วเชียวว่าเราน่าจะเอาสองคนนั้นไปส่งที่ฐานทัพตอนที่สองคนนั้นโผล่มา”

 

“เรื่องนั้นพูดไปก็เท่านั้น” ไอออนไฮด์ว่า“นายไม่คิดบ้างหรือว่าสองคนนั้นจะทำอะไรบ้างระหว่างที่เราไม่อยู่น่ะ”

 

โพร์วสั่นน้อยๆเมื่อคิดตาม“ไม่อยากจะรู้เลย....”

 

“แต่ก็คงไม่น่ามีอะไรมากหรอกมั้ง”วิลล์เอ่ยดวงตามองหารถทั้งสองคน “นี่ก็กลางวันอยู่ด้วย....”

 

“นั่นฝาแฝดนะ”ไอออนไฮด์บ่นอุบอิบ “ที่แย่ที่สุดคือซันนีที่กำลังท้อง....ใครจะรู้ว่าสองคนนั้นทำอะไรอยู่”

 

“สาบานได้จบงานนี้จะสั่งกักบริเวณสองคนนั้นสักปีเลยคอยดู”โพร์วพึมพำ

 

มีเสียงหัวเราะดังมาจากทางวิลล์“ยังไม่ทันไรก็เป็นคุณพ่อดุแล้วนะ”เขาหัวเราะ

 

ไอออนไฮด์หัวเราะตามเขาไปด้วย โพร์วปรายตามองมือปืนในร่างรถกระบะและนายทหารหนุ่มด้วยความสงสัย“หือ???”

 

“เท่าที่ฉันดูพอสปาร์คลิงก์มา นายน่าจะไม่มีปัญหานะ”ไอออนไฮด์บอกกลั้วหัวเราะ

 

โพร์วเงียบไปจนวิลล์และไอออนไฮด์อดหัวเราะขึ้นตาต่อไม่ได้“มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก”วิลล์เอ่ยปลอบรถสายตรวจ “ตอนที่แอ๊บบี้เกิดฉันเองก็คิดว่าตัวเองไม่พร้อมเพราะว่าฉันอยู่ห่างไปคนละซีกโลกแน่ะ!แต่พอฉันกลับถึงบ้านทุกอย่างมันก็ลงตัวเลยนะ”

 

โพร์วเงียบไปอีก“ผมไม่คิดว่าผมจะรับมือเรื่องนี้ไหวเลย”บอกเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล

 

“หืม?”วิลล์หันมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ “ทำไมถึงพูดอย่างนั้นละ?”

 

“สปาร์คลิงก์นะครับ!?” โพร์วตะโกนขึ้นมา“ขนาดแค่แลมโบ้ผมยังรับมือไม่ไหวเลย แล้วอยู่ดีก็มีคนมาบอกว่าผมจะต้องดูแลสปาร์คลิงก์เนี่ยนะครับ?”

 

“โถว ไม่เอาน่าโพร์ว” ไอออนไฮด์หัวเราะ“มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก”

 

“ถ้าเกิดผมเป็นพ่อที่แย่ล่ะ?” โพร์วถามด้วยความอยากรู้“ถ้าเกิดผมทำพลาดแล้วบังเอิญทำสปาร์คลิงก์บาดเจ็บหรือทำแจ๊สบาดเจ็บล่ะ?”

 

“ที่ว่ามานั่นเป็นเรื่องงี่เง่าที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลย”ไอออนไฮด์บอกเสียงดังฟังชัด วิลล์ยิ้มเพราะจำได้ว่าเขาเองก็พูดกับไอออนไฮด์แบบเดียวกัน

 

“’งี่เง่า’?”

 

“ไร้สาระน่ะ”ไอออนไฮด์อธิบายให้อีกฝ่ายฟัง “นายไม่มีทางที่นายจะทำร้ายใครหรอกนะ นายใจดีจะตายโพร์วเอ้ย”

 

“แล้วก็เกิดเพราะไม่ตั้งใจจะครับ?” โพร์วว่าต่อ“ผมไม่รู้เรื่องการเลี้ยงสปาร์คลิงก์เลยสักนิด”

 

“ทุกคนต่างก็กังวลเรื่องนั้นทั้งนั้นแหละ” วิลล์บอกเขาอย่างเห็นใจ“โคยเฉพาะมนุษย์เราซึ่งเราก็ออกมาดูดีอยู่นะส่วนใหญ่”

 

“แต่สปาร์คลิงก์.....”โพร์วพึมพำ “เราไม่เคย เราสองคนไม่เคยดูและสปาร์คลิงก์มาก่อนเลยนะ”

 

“โอ๊ย ไม่เอาน่า” ไอออนไฮด์หัวเราะหึหึ“มันจะยากขนาดไหนเชียวเลี้ยงเด็กเนี่ย?”

 

“ความจริง ยากกว่าที่นายคิดไว้เยอะเลยล่ะ”วิลล์ถอนหายใจ “ที่เราพูดอยู่นี่เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกันนะ”

 

“โอ้พริมัส ผมตายแน่”โพร์วคราง

 

“ไม่ได้ช่วยเลยนะวิลล์”ไอออนไฮด์แอบดุวิลล์เบาๆ

 

“แต่มันเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรู้นะ” วิลล์ยืนยันก่อนมองออกไปนอหน้าต่าง“การเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันต้องใช้เวลาและกำลังนะ”

 

“ผมรู้ว่ามันต้องใช้เวลาและกำลัง”โพร์วถอนหายใจ “ประเด็นคือผมอาจจะทำพลาดก็ได้”

 

“เอาอย่างนี้นะ พวกนายถูกเลี้ยงมาแบบไหนล่ะ?” วิลล์ถามด้วยความอยากรู้เมื่อนึกขึ้นได้“จะว่าไปใครเลี้ยงพวกนายกัน ในเมื่อพวกนายไม่มีพ่อแม่นี่นา”

 

“เรามีระบบที่ปรึกษาน่ะ” ไอออนไฮด์อธิบายเมื่อเห็นว่าโพร์วยังมีท่าทางใจลอย“เวลาที่เมคต้องการที่จะส่งต่อความรู้และประสบการณ์ให้กับรุ่นหลัง เขาจะส่งคำร้องไปยังสภาเพื่อขอรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของสปาร์คลิงก์”

 

“สภา?หมายถึงออพติมัสกับเมกาทรอนหรือ?”

 

ไอออนไฮด์เบ้หน้า“ใช่ และไม่ใช่ อารมณ์ประมาณเลขาฯและผู้ใต้บังคับบัญชาของสองคนนั้น แต่สองคนนั้นต้องเซ็นเอกสารยินยอมด้วย”

 

“อ้อ...”

 

“แล้วเขาก็จะจับเมคให้คู่กับสปาร์คลิงก์ที่อยู่ในระบบดูแลที่ซึ่งสปาร์คลิงก์จะเข้าไปอยู่หลังจากที่ออล สปาร์คสร้างพวกเขาขึ้นมา แล้วเราก็จะได้ครอบครัวแบบสำเร็จรูปทันที”

 

“แบบกาแฟเลย”วิลล์หัวเราะ

 

“เอ่อ ไม่ใช่มั้งนั่น”ไอออนไฮด์หัวเราะตาม

 

“กาแฟ?”โพร์วถามด้วยความสงสัย

 

ไอออนไฮด์อธิบายเรื่องกาแฟเร็วและข้อดีของคาเฟอีน ตอนนั้นเองที่วิลล์นึกอะไรได้“นั่นคือสิ่งที่ไซด์สไวป์พูดตอนนั้นสินะที่ว่าเขาไม่ได้ยืนคำร้อง”วิลล์พูดขึ้นเมื่อเรื่องทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง

 

“ใช่ นายจะต้องยืนเอกสารและได้รับการตรวจสอบก่อนที่จะได้ดูแลสปาร์คลิงก์น่ะ”

 

“แต่ตอนนี้พวกนายสามารถมีลูกเองได้แล้วแบบนี้ มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปว่านายจะพร้อมหรือไม่เพราะยังไงก็มีอยู่ดีสินะ”

 

“ซึ่งนั่นแหละที่ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี!!!!!!”โพร์วโวยวายอย่างประสาทเสียจนสุนัขที่กำลังเดินข้างทางเห่าระงม

“เอ่อ.....อย่างน้อยเขาก็มีหนังสือสอนสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นี่” ไอออนไฮด์ที่นิ่งไปเอ่ยขึ้น“เราอาจจะไม่เหมือนพวกมนุษย์นักแต่หลักๆก็คงไม่ต่างกันเท่าไร เด็กยังไงก็เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ”

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก สาวๆคงยินดีช่วยแน่ๆ”วิลล์ว่าไปพลางหัวเราะไปด้วย

 

“แล้วก็ใช่ว่าเราจะไม่อยู่ช่วยซะที่ไหน”ไอออนไฮด์บอกแล้วหัวเราะตาม “นายมีเราทุกคนค่อยช่วยอยู่แล้ว”

 

วิลล์หัวเราะแล้วดัดเสียงให้สูงขึ้นหน่อยเลียนแบบเด็กเล็กๆ“’คุณลุงไฮด์อ่านนิทานก่อนนอนให้ฟังหน่อยสิฮะ?’” เขาหัวเราะ

 

“เรื่องเล่าเรื่องนี่ต้องออพติมัสนู่น”ไอออนไฮด์หัวเราะ

 

“แล้วก็มีลุงแรทเชทคอยจัดการเรื่องบู้บี้ด้วย”วิลล์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

“เพอร์เซพเตอร์คอยสอนเรื่องวิทยาศาสตร์”ไอออนไฮด์เสริม

 

“ส่วนฮาวน์คงจะสอนเรื่องธรรมชาติ”วิลล์ว่าต่อระหว่างที่คิด

 

“ไหนจะมีบลูสตรีคที่ไม่ต่างอะไรกับเด็กโข่งเล้ยช่วยดู”ไอออนไฮด์หัวเราะ “แถมบลาสเตอร์ก็คงช่วยเรื่องทำให้เด็กๆหายเบื่อ”

 

“จริงด้วย เรื่องหาคนเลี้ยงเด็กให้นี่มีไม่ขาดเลยนะ”วิลล์อมยิ้ม

 

“เราสนิทกันจะตาย” ไอออนไฮด์บอกกับโพร์วด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ไม่มีใครปล่อยให้นายลุยเรื่องนี้ไปคนเดียวหรอกน่า เราต้องคอยช่วยนายอยู่แล้ว ยังไม่รวมถึงคนอื่นๆที่จะตามมาทีหลังด้วยนะ”

 

“แบบที่โบราณว่า ‘เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน’ นายไม่ได้ตัวคนเดียวเสียหน่อยนะโพร์ว”วิลล์หันมองรถสายตรวจ

 

“นั่นสิ นายคงไม่คิดว่าเราจะปล่อยให้นายสนุกอยู่คนเดียวหรอกนะ?”ไอออนไฮด์หัวเราะ

 

“ไม่มีใครอยู่คนเดียวหรอก”วิลล์เอ่ยเห็นด้วย “ฉันไม่คิดว่าแจ๊สจะโยให้นายเลี้ยงเด็กคนเดียวหรอก นายเป็นทีมเดียวกันนี่ นายและแจ๊สนี่แหละที่จะช่วยกันเลี้ยงสปาร์คลิงก์”

 

“แล้วนั่นคือส่วนที่ดีที่สุด”ไอออนไฮด์บอกอย่างอิจฉาหน่อยๆ “นายได้เลี้ยงสปาร์คลิงก์ที่เกิดจากนายแล้วก็แจ๊ส เขาเป็นส่วนหนึ่งของนายสองคนเป็นลูกของนายจริงๆ”

 

โพร์วดูจะพูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่ขับข้างท๊อปคิกสีดำไปเงียบๆ“ขอบคุณครับ....”เขาเอ่ยเบาๆ “เอ่อถ้าเป็นไปได้....อย่าบอกใครเรื่องนี้ได้ไหมครับ?.....”

 

“จะให้บอกอะไรล่ะ?” ไอออนไฮด์ถามเขาเสียงเข้ม“ไม่ใช่เรื่องของพวกนั้นเสียหน่อย”

                       

“ขอบคุณครับ”โพร์วเอ่ยอีกครั้ง

 

“ถ้าเราว่าเรื่องนั้นกันเสร็จแล้ว....ฉันว่าฉันเจอเหยื่อของเราแล้วล่ะ”วิลล์หัวเราะ

 

“โอ้ให้ตายสิ.....” โพร์วกัดฟันกรอดแล้วเปิดไซเรนแล้วขับพุ่งไปหารถทั้งสองคันที่ลงไปแช่ในบ่อน้ำพุท่ามกลางสายตาแปลกใจของมนุษย์ที่มองมา บางคนถึงกับยกกล้องขึ้นมาถ่าย“นายสองคนออกมาจากสระน้ำเดียวนี้นะ!!!!”

 

วิลล์และไอออนไฮด์ได้แต่หัวเราะเมื่อฝาแฝดนั้นรีบขับหนีไปทันทีโดยมีโพร์วที่กำลังโมโหสุดขับไล่กวด

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

ไมลส์และแซมต่างมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี เช่นเดียวกับเมคที่ยืนอยู่ข้างหลังต่างเงียบฉี่“เราหนีก่อนดีกว่า”เมกาทรอนร้องเป็นเพลงแล้วปีนออกไปนอกหน้าต่างวิ่งไปหาซาวน์เวฟเพื่อหลบภัย

 

“เฮ้!รอด้วยสิ!”รัมเบิลร้องพยายามเปิดประตูรถบาร์ริเคดก่อนวิ่งตามคู่หู ทั้งสองกระโดดเข้าไปในห้องโดยสารของซาวน์เวฟก่อนปิดประตูหนี

 

“เชื่อเลย” บาร์ริเคดถอนหายใจ“อย่างกับอยู่กับสปาร์คลิงก์”

 

“ฉันล่ะเข้าใจเลย”เอปส์บอกกึ่งประชดแล้วหรี่ตามองมัสแตงก์หนุ่ม “เอาล่ะใครก็ได้ช่วยอธิบายทีได้ไหมว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นแถวนี้?”

 

“เอ่อ....บางทีเราน่าจะไปที่ที่คนน้อยกว่าน้อยหน่อยนะ”แจ๊สขับขึ้นมาหาพวกเขาแต่มองไปทางมนุษย์ที่เริ่มมองมา

 

เอปส์พ่นลมหายใจแล้วคว้าแขนแซม“นายน่ะมากับฉันเลย และอย่าคิดนะว่าฉันจะปล่อยนายไปง่ายๆ” เอปส์หันมองไปทางรถสายตรวจที่พยายามทำตัวจืดจางขับถอยหลัง เขาดันแซมเข้าไปทางประตูที่รัมเบิลเปิดทิ้งไว้แล้วขยับเข้าไปนั่งข้างๆ“เอ้าไปกันได้แล้ว!!”

 

“เอ่อ..”ไมลส์รีบเดินกลับไปหาบัมเบิลบีทั้งสี่ขับออกจากจุดชมวิวและมุ่งตรงกลับไปยังสะพานโกลด์เด้นเกต                  

แซมมองมือตนเองขณะเอปส์นั้นถลึงตามองเขาแบบคาดคั้นเอาคำตอบ เอปส์โกรธมากเลยงานนี้ซึ่งแซมก็ว่าเขาไม่ได้ “เอาล่ะ ไหนบอกมาสิว่าฉันไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันคิดว่าได้ยินใช่ไหม?”เอปส์ถามเสียงเขียว

 

แซมขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด“เอ่อ...คุณคิดว่าได้ยินอะไรล่ะครับ?”เขาถามช้าๆ

 

“บางทีนายอาจจะฟั่นเฟืองไปเองรึเปล่า?”บาร์ริเคดเสนอ “โดนแดดมากไปมั้ง”

 

“นายน่ะเงียบแล้วรอตานาย”เอปส์สวนกลับก่อนหันมองที่แซมอีกครั้ง “นั่นเมกาทรอนหรือเปล่า?”เขาถาม แซมขยับตัวไปมาก่อนจะพยักหน้ารับน้อยๆ เอปส์อ้าปากค้าง ก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้าสับสน “แต่...ฉันนึกว่านั่นเฟรนซี”เขาเอ่ย

 

“ก็ไม่ผิด”บาร์ริเคดถอนหายใจ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำอะไรไม่ได้นอกจากบอกเอปส์ถึงเรื่องที่ปิดไว้

 

เอปส์ปรายตามองที่เบาะหน้าก่อนเห็นว่าบาร์ริเคดเปิดโฮโลแกรมที่กำลังมองมาทางเขาผ่านกระจกมองหลัง เอปส์หันมองแซม“พวกนายพูดเรื่องอะไรกัน?”

 

แซมถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้น“จำเรื่องที่ผมเอาแจ๊สกลับมาได้ไหมฮะ?”

 

เอปส์กระพริบตาปริบๆ“ใครจะลืมลง”เขาบอกแล้วหัวเราะเบาๆ “แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?”

 

“คือ....ผมดันเอาเมกาทรอนมาด้วยน่ะฮะ”แซมเอ่ยแล้วถอนหายใจ

 

เอปส์ตาโต“ที่บอกว่าเกี่ยวกับพริมัสคือเรื่องนั้นน่ะหรือ?” เขาถามก่อนละสายตาจากแซมไปมองที่ร่างโฮโลแกรมของบาร์ริเคด แล้วกลับมามองที่เด็กหนุ่ม

 

“โชคร้ายคือ”ร่างโฮโลแกรมของบาร์ริเคดถอนหายใจ “เนื่องจากร่างของเมกาทรอนนอนเน่าอยู่ใต้มหาสมุทร สปาร์คของเขาเลยต้องหาง....เลือกอื่น”

 

เอปส์เงียบไปอยู่ครู่ใหญ่“ขอโทษที่ต้องถามนะแต่ว่าไม่ใช่ว่าเมกาทรอนสติไม่เต็มไม่ใช่เรอะ?”เขาขึ้นเสียงตะโกนครึ่งหลัง “เขาไม่ได้อยากฆ่านายหรอกหรือ? ให้ตายสิเขาฆ่าแจ๊สที่อาจจะรู้เรื่องนี้ไปแล้วด้วย!”

 

เอปส์หันมองไปทางรถสปอร์ทสีเงิน“-เฮ้! อย่าเอาฉันไปเอี่ยวด้วยสิ-”แจ๊สโวยวายเมื่อโดนกล่าวถึง

 

“นี่ไม่ได้บอกออพติมัสล่ะสิท่า?”เอปส์เดาเรื่องคร่าวๆแล้วหรี่ตามองผู้กองหนุ่ม

 

“-ก็เขาไม่ได้ถามนี่นา....-”

 

“แล้วนายเก็บเรื่องแบบนี้เป็นความลับได้ยังไงกัน?กับทุกคน?นี่สติเสียไปกันหมดแล้วหรือ?ปล่อยให้เมกาทรอนวิ่งไปมาแบบนี้ได้ยังไงถ้าเขาอยากจะฆ่าเธอ-”

 

“แต่เขาไม่ได้ทำนะฮะ!”แซมตะโกนดึงความสนใจ “เขาเปลี่ยนไปแล้ว!พริมัสรักษาเขาแล้ว!”

 

เอปส์มองแซม“พริมัสรักษาโรคบ้าได้ด้วยหรือ?”เขาถามกึ่งๆรำคาญใจ

 

บาร์ริเคดพ่นลมหายใจ“เปล่า เขารักษาเรื่องที่เขาติดไวรัสน่ะ”

 

เอปส์หันมองที่ร่างโฮโลแกรม“ไวรัส?”

 

“-ก็นั่นแหละ-” เสียงของเมกาทรอนดังขึ้นจากวิทยุ“-เรื่องมันค่อนข้างยาว....เอปส์ใช่ไหม?-”

 

เอปส์ถลึงตา“เรื่องไม่ยาวสิจะแปลก”เขาพึมพำ

 

“จริงๆนะครับ” แซมถอนหายใจ“และตอนที่เรารู้เรื่องทั้งหมดเราก็ไปคุยกับออพติมัสทันที ซึ่งท่านก็รับรอเรื่อของเม็กที่เกิดขึ้นจริง”

 

“-เม็กเรอะ?-”เมกาทรอนเอ่ยชื่อเล่นที่อีกฝ่ายตั้งให้

 

“แต่พวกนายไม่ได้บอกใครใช่ไหม?มีใครรู้เรื่องนี้อีกไหม?”เอปส์ถาม

                                  

“ก็ทุกคนที่นี่แล้วก็มิเคล่า”แซมถอนหายใจ เขาเว้น “แล้วก็แม่ผม”

 

“จูดี้รู้เรื่องหรือ?”เอปส์มีสีหน้าแปลกใจ

 

แซมพยักหน้าเมื่อบาร์ริเคดนั้นหัวเราะร่า“จูดี้ถึงขนาดเอาหมอนไล่ตีเขาเลยล่ะ”

 

“เบาะรองโซฟาต่างหาก”แซมแก้แล้วหัวเราะตาม

 

“-มันเจ็บนะรู้ไหม-”เมกาทรอนบอกอย่างน้อยใจ

 

“-ก็สมควรแล้วครับ-” บีเสริม“-ดีใจเสียเถอะที่เธอไม่ได้เอาไม้เบสบอลตี*(Bat)น่ะ-”

 

เด็กหนุ่มทั้งสองคนและเมคทั้งสองหัวเราะขึ้นพร้อมกันจนถามขึ้นไม่ได้ซาวน์เวฟอด“-หนูบินได้นี่มันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ แล้วทำไมเราต้องกลัวมันด้วย?-”

 

บาร์ริเคดหัวเราะ“อ้อ พวกนายลงจอดที่สวนสัตว์นี่เนอะ”

 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะฮะ”แซมตอบ’คอนที่ยังคงสับสนด้วยสีหน้ายิ้ม ก่อนหันมองไปทางเอปส์ที่มีสีหน้าดุดัน “เอิ่ม....”

 

“โอเคขอฉันเรียบเรียงเรื่องก่อนนะ”เอปส์เอ่ยช้าๆ “ตอนที่เธอพาแจ๊สกลับมา เธอดันเอาเมกาทรอนที่เดิมทีติดไวรัสแต่รักษาหายแล้วกลับมาด้วยแต่เพราะเขาไม่มีร่างก็เลยมาติดแหง่กอยู่กับเฟรนซีคนที่เราไปช่วยมากจากเซกเตอร์เธอร์ทีนและพากลับมายังฐานทัพของออโตบอทโดยไม่รู้ว่ามีเมกาทรอนมาด้วยจนกระทั่งเธอไปเจอเขาเข้าและตัดสินใจว่าจะไม่บอกใคร นี่ฉันพลาดอะไรไปไหม?”

 

“ใช่เลย”บาร์ริเคดถอนหายใจ

 

เอปส์ถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงกับเบาะที่นั่ง“แต่ทำไมล่ะ?”

 

“-ลองคิดดูสิครับ-” บัมเบิลบีพูดขึ้น“-แค่เรื่องบาร์ริเคดทุกคนก็ทำใจยากแล้ว ถ้าทุกคนรู้ว่าเมกาทรอนกลับมา คงไม่ติดหน้าคิดหลังยิงทิ้งแน่นอน-”

 

“-ยิ่งคงไปกันใหญ่เพราะว่าตอนนี้เราอยู่ในร่างเฟรนซี-”เมกาทรอนพูดอย่างเศ้รา

 

เอปส์นั่งคิดก่อนตอบ“กำจัดก่อนที่จะเป็นภัยทีหลังสินะ”

 

“-ใช่เลย-”เมกาทรอนถอนหายใจ

 

“-ฉันไม่ยอมให้พวกนั้นมาฆ่าคู่ของฉันหรอกนะ!-”รัมเบิลตะโกนขึ้นมาดังจากวิทยุ ร่างโฮโลแกรมของบาร์ริเคดเบ้หน้า

 

“แต่พวกออโตบอทคงไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกใช่ไหม?”เอปส์หันมองแซมเป็นเชิงขอความเห็น

 

“-โพร์วคงทำ-” แจ๊สบอกเรียบๆ“-แก้แค้นให้ฉันแน่ๆ-”

 

“-ยังไม่รวมอินเฟอร์โน ไม่ก็วีลแจ็คด้วย-” บีเอ่ยอย่างเห็นด้วย ออโตบอทหนุ่มน้อยถอนหายใจ“-บางที่ออพติมัสอาจจะคิดเรื่องที่จะปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่หรือไม่ด้วยซ้ำ-”

 

“-แต่เราจะไปโทษโอไรออนไม่ได้หรอก-” เมกาทรอนบอกเศร้าๆ“-เขาต้องเลือกทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคนของเขา-”

 

“โอไรออน?”เอปส์หันมองแซมด้วยความสบสน

 

“ขื่อเดิมของออพติมัสฮะ”แซมบอกแล้วยักไหล่

 

“-ชื่อก่อนที่เขาจะได้รับนามออพติมัส ไพร์ม-”เมกาทรอนอธิบาย

 

“อ้อ...”เอปส์ขมวดคิ้วเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรแต่ก็ปล่อยไป “ตกลงคือพวกนายกลัวสิ่งที่พวกนั้นจะทำกับเขาสินะ”

 

แซมพยักหน้า“ใช่เลยฮะ”เขายักไหล่

 

เอปส์เอนตัวลงพิงเบาะสีหน้าครุ่นคิดจนแซมเริ่มกังวล เหล่าเมคต่างปรับกระจกหันมามองที่นักรบชาวมนุษย์ ว่าเขาจะบอกคนอื่นๆเรื่องเมกาทรอนหรือไม่?

 

บาร์ริเคดได้ยินเสียงทักจากรถบ้านที่ขับตามหลังเขาจึงส่งสัญญาณกลับไปและรอ แซมรู้สึกนั่งไม่ติดที่และรอดูว่าเอปส์จะทำเช่นไรแต่อีกฝ่ายยังคงเงียบ แซมหันมองไมลส์ที่มีสีหน้ากังวลไม่ต่างกันจากที่นั่งของตนบนรถบี เขาได้แต่ยักไหล่อย่างโล่งอก

 

“-บาร์ริเคด-”บีเอ่ยเรียกเขาทำลายความเงียบ

 

“ปล่อยให้เขาคิดทบทวนก่อนเถอะ”บาร์ริเดคบอกเขา

 

“-แต่เขาทำอะไรอยู่น่ะ?-”บีถามด้วยความอยากรู้

 

ทันใดนั้นเอปส์ก็ระเบิดหัวเราะขึ้นมา เล่นเอาทุกคนสะดุ้งไปตามๆกัน แซมหันมองเอปส์ที่กุมท้องของตนเองและงอตัวหัวเราะ แซมเงยหน้าขึ้นมองร่างโฮโลแกรมของบาร์ริเคดจ้องเขากลับมา แซมยักไหล่เพราะไม่รู้ว่าจะเอายังไงดีเช่นกัน

 

“-เขาทำอะไรอยู่เนี่ย?-”บีถามอย่างงงงวย

 

“เขาหัวเราะอยู่ไง ไม่เห็นเรอะ”บาร์ริเคดลากเสียงแล้วหันกลับไปมองถนน “ฉันว่าข้อมูลคงมากเกินไปจนเขารับไม่ทันล่ะมั้ง”เขาเปรยขึ้นเมื่อนายทหารหนุ่มนั้นยังคงหัวเราะต่อ

 

“เอ่อ...เอปส์?คุณโอเคนะฮะ?”แซมถามขณะมองชายหนุ่มหัวอย่างบ้าคลั่ง

 

“-เอ่อ...เพื่อนนายโอเคป้ะ?-”แจ๊สถามอย่างไม่แน่ใจ

 

เอปส์ส่ายหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมอง“ที่อยู่บนกระโปรงหน้ารถนายเมื่อกี้ไม่ใช่เฟรนซีใช่ไหม?”เขาถามกลั้วหัวเราะ

 

ทุกคนต่างต่างแปลกใจเมื่อได้ยินคำถาม ก่อนจะรู้ว่าเอปส์นั้นหมายความว่าอย่างไร เมกาทรอนดูจะรู้ตัวทันที“-ไม่เอาน่าพลทหารเอปส์-”อดีตเจ้าผู้พิทักษ์หัวเราะ “-ใครจะไปกล้าพอทำสีบนท่านออโตบอทผู้ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รักได้ล่ะ?-”เอปส์หัวเราะขึ้นอีกครั้ง

 

แซมมองนายทหารด้วยความสับสน“เอิ่ม...เอปส์?”

 

“ไม่ต้องห่วง”เอปส์บอกหลังจากที่เสียงหัวเราะเบาลง “ฉันไม่บอกใครหรอก”

 

ทั้งหมดพร้อมใจกันถอนหายใจ แซมหันไปยิ้มให้เขา“ขอบคุณนะ”

 

เอปส์ยิ้มกลับ“ไม่เป็นไร”เขาบอกเด็กหนุ่ม “พวกนายทุกคนดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องเมกาทรอนมาก แถมฉันก็เห็นด้วยที่ว่าเราควรจะให้โอกาสเขา”

 

“จริงหรือฮะ?”แซมยิ้ม

 

เอปส์พยักหน้า“ก็ถ้าเธอพูดกับพริมัสเรื่องนี้แล้วฉันจะว่าอะไรได้ล่ะจริงไหม?”

 

“-ขอบคุณมากพลทหารเอปส์-”เมกาทรอนกล่าวด้วยความจริงใจ

 

เอปส์ยักไหล่แม้ว่าเมกาทรอนจะมองไม่เห็นก็ตาม“ไม่มีปัญหา แต่ฉันมีทำถามนะ...”

 

แซมหันมองเอปส์ด้วยความสับสน บาร์ริเคดมองเขาผ่านกระจกมองหลัง“แล้วมันคืออะไรล่ะ?”เขาถาม

 

เอปส์ยิ้มมุมปาก“ฉันล่ะอยากรู้จริงๆว่าทุกคนจะทำยังไงนะถ้าเขารู้เรื่องที่พวกนายปิดเขาไว้เนี่ย! แค่ได้เห็นท่าทางของทุกคนตอนที่รู้เรื่องบาร์ริเคด แล้วก็ซาวน์เวฟ แล้วก็เอเนอร์จอน...”เอปส์หัวเราะอีกครั้ง “แจ๊สที่ทำลังท้อง....”

 

“-เออ ฮา ฮา ไม่พูดเรื่องฉันตอนนี้จะเป็นอะไรไหม?-”แจ๊สบอกอย่างงอนๆ

 

“โทษทีนะ”เอปส์หัวเรา “แต่ให้ตายเถอะพระเจ้าช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี่มีเรื่องเกิดขึ้นเยอะแยะเลยนี่? ฉันหมายถึงจมีอะไรมาอีกไหมเนี่ย?”

 

แซมหัวเราะขณะที่ร่างโฮโลแกรมของบาร์ริเคดนั้นส่ายหน้าทั้งที่มุมปากนั้นยิ้มอย่างนึกสนุก“อย่าพึ่งหาเรื่องกับอำนาจแห่งความซวยเลย เอาเรื่องตอนนี้ให้รอดก่อนค่อยว่ากัน”

 

เอปส์พยักหน้ารับ“เคาะโต๊ะปิดประเด็นแบบเห็นด้วย”เขาเอ่ย

 

ทุกคนต่างหัวเราะไปพร้อมกันเว้นแต่ซาวน์เวฟและลูกทีมที่งงเต็ก“-ทำไมเราจะต้องไปเคาะโต๊ะด้วยล่ะ?-”บัซซอลถามขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะ

 

“-แล้วอำนาจแห่งความซวยที่ว่านี่มันคืออะไร?-”เลเซอร์บีคถาม

 

“-นี่พวกนายอยู่บนโลกมานานเท่าไรนะ?-”แจ๊สถามเขากึ่งอยากรู้กึ่งล้อเลียน

 

“-เราไม่ได้มีเวลาขนาดนั้นมาเรียนรู้เรื่องต่างๆหรอกนะ-” รัมเบิลพ่นลมหายใจอย่างโกรธๆ“-อีกอย่างระหว่างที่ถูกขังอยู่กับพวกเซกเตอร์เธอร์ทีนก็ไม่ได้มีโอกาสด้วย-”

 

“-อ้า นั่นสิ ขอโทษนะ-”แจ๊สเอ่ยอย่างรู้สึกผิด

 

“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์เสียล่ะ?” บาร์ริเคดหัวเราะ“นายเข้าเว็บ**(Web)ได้ใช่ไหม?”

 

“-แล้วก็พาดพิงสัตว์อีกแล้ว-” เรเวจบ่นอย่างไม่เข้าใจ“-แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแมงมุมกัน?-”

 

มีเสียงถอนหายใจดังมาจากทางบัมเบิลบีที่ขับเข้ามาเที่ยบข้างบาร์ริเคด“-งานนี้ท่าทางจะอีกยาวเลยนะ-”

 

“เริ่มตอนนี้นี่แหละดี” บาร์ริเคดถอนหายใจก่อนเลี้ยงออกไปทางไฮเวย์ที่แปดสิบ“อีกอย่างแถวนี้ก็ไม่มีอะไรทำเท่าไรด้วย”

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากทางแจ๊ส“-เรามาต่อเอเนอร์จอนหนึ่งร้อยก้อนบนกำแพงกันไหม?-”

 

“ไม่เอา!!!”เคด บี และแซมต่างตะโกนขึ้นพร้อมกัน เอปส์ได้แต่หัวเราะ ขนาดไมลส์ยังหัวเราะไปด้วย

 

“ทำไมเอเนอร์จอนต้องขึ้นไปอยู่บนกำแพงด้วยล่ะ?”รัมเบิลถามด้วยความไม่เข้าใจ

TBC

 

*Bat หมายถึงไม้ตีเบสบอล เป็นการเล่นคำภาษาอังกฤษ

**Web เป็นการเล่นคำเนื่องจากแมงมุมจะสานใยแมงมุม(Web) แต่เรเวจไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet