[TF]Cover Me:Chapter 104

posted on 02 Nov 2013 16:04 by ki-kakao in TF directory Fiction, Cartoon

สวัสดีค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากเท่าไรนอกจากปูเรื่องยุ่งของเหล่า’บอท เหล่า’คอนมากกว่านะคะ

Kakao     

 

ตอบเม้น                              

1#คุณลมหนาว นั่นสิคะอ่านแล้วก็สงสัยว่าฝีมือใครกันแน่ บางทีป๋าเมกอาจมีด้านที่เราไม่รู้ก็ได้

2#คุณPB  ทุกคนรู้เรื่องขั้วโลกก็จริงแต่ก็มองข้ามกันไปหมด

 

 

 

 

Credit : http://blkdragonqueen.livejournal.com/

                              

คำอธิบายเกี่ยวกับลักษณะตัวอักษรในฟิค

 

“ประโยคคำพูด”

 

'ความคิด'

 

“-สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ-”

 

“ภาษาไซเบอร์ตรอน”

 

“:สตาร์ลิงค์:”

 

อธิบายเพิ่มเติม

ลิงค์: การที่สปาร์คเรียกหากัน แต่ยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เชื่อมสัมพันธ์ : ประมาณการแต่งงาน

สตาร์ ลิงค์: การที่สปาร์คสองดวงพูดคุย

 

 

อายุอานามของเหล่าหุ่นในเรื่องเมื่อเทียบกับคน

 

Autobots

Optimus: 27-30

Ratchet: 37-40

Ironhide: 37-40

Bumblebee: 17-19

Wheeljack: 38-40

Twin: 23-24

Perceptor: 35-37

Inferno: 30-35

Red Alert: 25-27

 

 

Decepticon

Barricade: 20-23

Starscream 30-33  

Thundercracker 30-33

Skywarp 30-33

Misfire 23-25

Runamuck 35-38

Runabout 35-38

Hook 37-40  

Scraper 37-40

Long haul 37-40  

Scavenger 37-40

Mixmaster 37-40  

Soundwave: 35-38-- All cassettes: 26-34

 

Pairing

Wheeljack x Ratchet, Inferno x Red Alert, Sideswipe x Sunstreaker , Prowl x Jazz, Ironhide x Will, Thundercracker x Skywarp, Soundwave + Blaster, Rumble x Frenzy, Scrapper x Scavenger, Motorhead + Bluestreak,  Hound x  Mirage 

 

Cover Me

By Black Dragon Queen

 

Chapter104 : แยกกันไปสามทาง

ออพติมัสถอนหายใจขณะขับรถไปตามไฮเวย์ ทั้งที่พวกเขาออกเดินทางมาได้ไม่กี่ชั่วโมงแต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกนั่งไม่ติดที่ จากทั้งที่ทุกคนหลงทางในเมืองก่อนหน้านี้ เรื่องโทลเวย์ เรื่องฝาแฝดโผล่มาแจม ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นครั้งที่เขาคงจะจดจำไปอีกนานแน่ๆ...

 

‘พริมัสทรงโปรดทำไมมนุษย์พวกนี้เอาแต่บีบแตรใส่เราเนี่ย’ เขานึกสงสัยเมื่อรถอีกคันขับจากไปพร้อมกับบีแตรใส่อย่างบ้าคลั่ง“-มนุษย์นี่ประหลาดจริง-”เขาพึมพำ

 

“-อะไรหรือ?-”แรทเชทขับขึ้นมาเทียบข้างด้วยความสงสัย “-นายโอเคไหมออพติมัส?-”

 

ออพติมัสถอนหายใจยาว“-ฉันไม่รู้ว่าทำไมแต่--”

 

“-ซันนี!ช้าลงหน่อย!-” แรทเชทตวาด ออพติมัสปลายตามองไปทางแลมโบกีนีที่ขบแซกในทีคับขัน“-ขอโทษออพติมัส เมื่อครู่นายว่าอะไรนะ?-”

 

ออพติมัสได้แต่คราง“-ฉันรู้สึกไม่ดีเรื่องนี้เลยน่ะ-“

 

แรทเชทมีท่าทางแปลกใจ“-รู้สึกแย่หรือ?หมายความว่ายังไงที่ว่ารู้สึกไม่ดีน่ะ?-”

 

“-ไม่รู้สิ-” ออพติมัสคำราม“-แค่รู้สึกว่าต้องมีอะไรยุ่งยากเกิดขึ้นระหว่างภารกิจนี้แน่ๆ-”

 

“-ลางสังหรณ์อย่างนั้นสินะ?-”แรทเชทหัวเราะ “-ไม่รู้สินะออพติมัส ฉันว่าภารกิจนี้คงมีเรื่องตลอดแหละ โดยเฉพาะที่มีฝาแฝดมาด้วยแบบนี้....-”

 

“-เราไม่ได้ห่วงฝาแฝดหรอก-”ออพติมัสบ่น

 

“-นายห่วงพวก’คอนหรือ?-” แรทเชทถามกลับ“-นายไม่เชื่อใจพวกนั้นหรือ?-”

 

ออพติมัสเงียบไปครู่หนึ่ง“-ไม่ เราเชื่อพวกเขา-”เขาถอนหายใจ “-เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ฉันกังวลเรื่องอะไรแรทช์ บาร์ริเคดน่ะเราไม่ห่วงหรอก ส่วนซาวน์เวฟเองก็สวามิภักดิ์ต่อเมการทรอนมาก ไม่มีทางที่เขาจะไปเข้ากบสตาร์สกรีมเด็ดขาด.... -” แรทเชทรออีกฝ่ายอย่างใจเย็น“-แล้วเราก็มีพวกมนุษย์มากับเรา-”ออพติมัสว่าต่อ “-เรารู้ว่าทหารทั้งสองคนน่ะดูและตัวเองได้สบายมาก แต่แซมเนี่ยแหละที่เราเป็นห่วง แซมชอบทำอะไรเสี่ยงๆตลอด คราวนี้เรามีเอนเนอร์จอนเป็นปัญหาหลัก ถ้ามันมีพลังงานไม่สเถียรล่ะ....-” ทั้งสองขับคู่กันไปเงียบๆ“-แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเอนนเอร์จอนจะมีผลยังไงกับพวกเขาบ้าง!-” ออพติมัสระเบิดความกังวล“-ถ้าเกิดมันทำอันตรายพวกเขาล่ะ?เดิมทีมันก็เป็นสารอันตรายอยู่แล้ว แล้วก็ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนเคยพบเอนนเอร์จอนมาก่อนด้วย-”

 

แรทเชททำเสียงพ่นลมหายใจแล้วรอเงียบๆ“-รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?-”แรทเชทถามอย่างใจเย็น

 

ออพติมัสนิ่งไป“-อือ-”เขาถอนหายใจ

 

“-นายว่าเราควรจะกลับฐานไหม?-” แรทเชทถามด้วยความกังวล“-เรารอจนกว่าได้จะได้ข้อมูลทั้งหมดก่อนแล้วค่อยออกเดินทางก็ได้-”

 

ออพติมัสนิ่งคิด“-ไม่รู้สิ มันมีความเป็นไปได้ที่สตาร์สกรีมอาจจะออกตามหาเอนเนอร์จอนเหมือนเราก็ได้ แล้วเขาก็คงไม่สนเรื่องหยุ๋มหยิ๋มแบบนั้นแน่ๆ เพราะอย่างนั้นเราเลยต้องออกเดินทางแบบนี้ไงล่ะ-”

 

“-แล้วเราจะทำยังไงเรื่องที่กวนใจนายอยู่ล่ะ?-”

 

“-เราก็ไม่รู้-”ออพติมัสคราง “-เราออกมากันแล้วนี่นา-”

                                                                      

“-ฉันจะลองคุยกับวีลแจ็คดูว่าเขาคิดเห็นว่ายังไงบ้างแล้วกัน-”แรทเชทเสนอ

 

อีกครั้งที่ออพติมัสถอนหายใจยาว“-ขอบใจนะ-”

 

รถอีกคันที่ขับผ่านไปบีบแตรใส่เขา“-ทำไมทุกคนเอาแต่บีบแปรใส่เราเนี่ย?-”เสียงของเพอร์เซพเตอร์ถามด้วยความรำคาญ

 

“-เราอยากรู้เหมือนกัน-”ออพติมัสบอกอย่างเหนื่อยใจ

 

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

บาร์ริเคดถอนหัวเราะเมื่อรถอีกคันที่ขับผ่านออพติมัสไปบีบแตรลั่น“ไม่รู้ว่ามีใครโทรเบอร์นั้นหรือยังเน๊อะ?”เขาถามผู้โดยสารทั้งสองคนในรถ

 

“ใคร-ใคร-ใคร-จะรู้”เฟรนซีบอกไปพลางบิดขี้เกียจไปพลาง

 

รัมเบิลจ้องเฟรนซีก่อนมองที่แผงหน้าปัดรถ แล้วเอนตัวพิงพยักเก้าอี้“ฉันว่าดาวดวงนี้ทำให้พวกนายทำตัวปะหลาดมากเลย!” เขาบ่น“เฟรนซีอาจเป็นอันตรายก็ได้”

 

“แต่นายต้องยอมรับนะ เพราะว่ามันคุ้มกันนะ”บาร์ริเคดหัวเราะเมื่อรถอีกคันนั้นขับผ่านไปโดยไม่ลืมบีบแตร รัมเบิลส่ายหน้ามองสองคนที่หัวเราะอย่างพอใจ

 

ตอนนั้นเองที่วิทยุของบาร์ริเคดก็มีเสียงคลิ๊ก“-นายรู้ใช่ไหมว่าเขาจะโมโหนายมากเลยนะนั่น?-”เสียงไม่เห็นด้วยของบัมเบิลบีดังขึ้นจากวิทยุ

 

“คนที่รู้ว่าเราเป็นคนทำก็มีแค่นายกับซาวน์เวฟ และฉันก็ไม่คิดว่าซาวน์เวฟจะไปฟ้องเขาหรอก”บาร์ริเคดหัวเราะ

 

“-อย่าเอาผมไปรวมด้วยนะครับ-”ซาวน์เวฟบอกเสียงเรียบ

 

บาร์ริเคดได้แต่หัวเราะ“นายไม่รู้หรือว่าการแอบฟังคนอื่นบนดาวดวงนี้ถือว่าไม่สุภาพเลยนะ?”

 

“-เว้นเสียแต่ว่าลูกทีมของผมอยู่กับคุณด้วย-”

 

รัมเบิลมีสีหน้ารำคาญ ขณะเฟรนซีนั้นหัวเราะเบาๆ“ค-ค-คอยจับตาด-ดูเราหรือ?”

 

“เราดูแลตัวเองได้นะ”รัมเบิลพึมพำ เฟรนซีได้แต่ยิ้มแล้วเอื้อมมือไปลูบตักอีกฝ่าย

 

“ฉันร-ร-รู้”

 

“-ถ้าออพติมัสไม่คิดจะทำอะไรพวกนาย ฉันว่าก็เป็นแรทเชทกับไอออนไฮด์นี่แหละที่จะทำ-” บีเอ่ยเข้ามาร่วมวงสนทนา“-เพราะว่ารำคาญนั่นแหละ-”

 

“แต่มันก็เป็นธรรมดาที่จะเห็นอะไรพวกนี้เขียนบนรถเทรลเลอร์นะ”เสียงของแซมดังขึ้นบ้าง

 

“-ก็นั่นแหละ-”บีเอ่ยอย่างไม่มั่นใจนัก

 

“-นั่นสิ-” ไมลส์ว่าอย่างเห็นด้วย“-ความจริงถ้าเขียนว่า“ล้างฉันสิ”มันก็เหมือนๆรถคันอื่นนั่นแหละ-”

 

บาร์ริเคดได้แต่หัวเราะ“นายคิดว่าเราไปได้ไอเดียมาจากไหนล่ะ?”

 

“-แค่อย่าทำอีกก็พอ-”บัมเบิลบีบอกเสียงแข็ง

 

“ครับแม่”บาร์ริเคดลากเสียงล้อ เฟรนซีที่หัวเราะด้วยความถูกใจ รัมเบิลได้แต่ไถลตัวลงไปตามเก้าอี้พลางคิดในใจว่าเฟรนซีจะโกรธไหมถ้าเขาอยากจะกลับไปนั่งกับซาวน์เวฟมากกว่า

 

“-นี่ฉันจริงจังนะ-”บีขู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ

 

“ก็ได้” บาร์ริเคดที่เลิกหัวเราะเอ่ยบอก“เราจะไม่ทำอะไรอีกแล้ว....วันนี้”

 

บัมเบิลบีทำเสียงงึมงำผ่านลำโพง บาร์ริเคดและเฟรนซีหัวเราะต่อ“-เราได้แค่นี้ก็ดีมากแล้วล่ะบี-”ทั้งหมดได้ยินเสียงแซมพูด

 

“-‘คอนบ้า-”บีพึมพำ

 

“-เกิดอะไรขึ้น?-”ทุกคนพร้อมใจกันเงียบเมื่อโพร์วขับเข้าใกล้บัมเบิลบี

 

“ไม่มีอะไรครับคุณตำรวจ”บาร์ริเคดหัวเราะ พร้อมกับบัมเบิลบีที่พ่นลมหายใจพรืด

 

โพร์วเงียบอย่างรู้ดีว่าคงมีเรื่องอะไรแน่ๆ แต่เขายังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร“-ทำตัวดีๆหน่อย-”เขาบอกเสียงแต่ขุ่น

 

“-ครับ-”บีตอบกลับอย่างรวดเร็ว

 

โพร์วยังคงไม่ขับออกไป“-บาร์ริเดค...-”

 

“อะไรหรือ?”รถตำรวจอีกคันถามกลับอย่างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

“-ได้ยินที่พูดหรือเปล่า?-”

 

“โอ้เราได้ยินชัดแจ๋ว”บาร์ริเคดตอบเสียงดังก่อนลดเสียงลงเบาหวิวคุยกับเฟรนซีแล้วก็รัมเบิล “จะยังไงก็แล้วแต่เราไม่เห็นจะต้องฟังนายพูดเลย...”สอง’คอนหัวเราะคิก

 

“-ดีมาก-”

 

ทั้งหมดขับคู่กันไปเงียบจนบาร์ริเคดต้องถาม“มีอะไรที่นายอยากได้อีกหรือเปล่า?”

 

คำถามของเขาดูจะทำให้โพร์วสะดุ้งออกจากภวังค์“งั้นก็ขับดีแล้วกัน”โพร์วบอกรัวเร็วแล้วขับผ่านรถคันอื่นๆออกไป

 

“-เขาเครียดตลอดเวลาเลยนะ-”ซาวน์เวฟพูดขึ้น