[TF]Cover Me:Chapter 99

posted on 22 Sep 2013 22:09 by ki-kakao in TF directory Fiction, Cartoon

ดีค่า!!!! ตอนที่99แล้วค่า จะหนึ่งร้อยตอนแล้ว สู้ๆๆตัวฉัน

Kakao

 

ตอบเม้น                              

1 # คุณPB บีหึงแน่ๆแหละค่ะเพียงแต่ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร น้องยังเด็ก(เรื่องหัวใจ/เน่าซ้า) รอดูกันต่อไป

 

 

Credit : http://blkdragonqueen.livejournal.com/

                              

คำอธิบายเกี่ยวกับลักษณะตัวอักษรในฟิค

 

“ประโยคคำพูด”

 

'ความคิด'

 

“-สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ-”

 

“ภาษาไซเบอร์ตรอน”

 

“:สตาร์ลิงค์:”

 

อธิบายเพิ่มเติม

ลิงค์: การที่สปาร์คเรียกหากัน แต่ยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เชื่อมสัมพันธ์ : ประมาณการแต่งงาน

สตาร์ ลิงค์: การที่สปาร์คสองดวงพูดคุย

 

 

อายุอานามของเหล่าหุ่นในเรื่องเมื่อเทียบกับคน

 

Autobots

Optimus: 27-30

Ratchet: 37-40

Ironhide: 37-40

Bumblebee: 17-19

Wheeljack: 38-40

Twin: 23-24

Perceptor: 35-37

Inferno: 30-35

Red Alert: 25-27

 

 

Decepticon

Barricade: 20-23

Starscream 30-33  

Thundercracker 30-33

Skywarp 30-33

Misfire 23-25

Runamuck 35-38

Runabout 35-38

Hook 37-40  

Scraper 37-40

Long haul 37-40  

Scavenger 37-40

Mixmaster 37-40  

Soundwave: 35-38-- All cassettes: 26-34

 

Pairing

Wheeljack x Ratchet, Prowl x Jazz, Sideswipe x Sunstreaker

 

 

Cover Me

By Black Dragon Queen

 

 

Chapter 99: ถึงเวลาลุย

 

เป็นอะไรที่วุ่นวายมากๆก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทาง ทุกคนต่างง่วนอยู่กับการเตรียมของๆตนเองเพื่อออกเดินทาง และทุกคนที่ไม่ได้ไปก็วิ่งวุ่นเพื่อช่วยด้วยเช่นกันเว้นเสียแต่ซิมมอนส์ซึ่งก็ไม่มีใครหวังว่าเขาจะมาเสียแต่อย่างใด โพร์วนั้นเข้ามาทำหน้าที่จัดของเข้าไปวางในเทรลเลอร์เพราะว่าออพติมัสนั้นไม่คิดจะมองมันด้วยซ้ำ เพอร์เซพเตอร์กับวีลแจ็คต่างก็ช่วยกันขนอุปกรณ์ที่น่าจะใช้ในการขุดเอนเนอร์จอนไปจนเต็มคันรถ

 

ออพติมัสขมวดคิ้วขณะมองของมากมายที่ถูกขนเข้าไปในหลังเทรลเลอร์ เขาถลึงตามองแรทเชทหนึ่งทีเพราะไม่มีวันที่เขาจะโอเคกับเรื่องนี้เด็ดขาด“ช่วยบอกอีกทีสิว่าทำไมฉันต้องมาลากไอ้นั่นนะ?”เขาขมวดคิ้วมองคุณหมอหนุ่ม “ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ฉันต้องเสียเวลาปลดไอ้นั่นถึงจะเปลี่ยนร่างได้นะ”

 

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” วีลแจ็คบอกเมื่อเขาช่วยเพอร์เซพเตอร์เสร็จ“เราออกแบบมันให้ปลดได้ง่ายๆ มันไม่น่ามีปัญหาแล้วล่ะ”

 

“เยี่ยม”ออพติมัสบ่นพึมพำ “ไอ้นั่นมันจะต้องลากฉันลงเหวสักวันนึงคอยดู”

 

“สำหรับฉันของทุกอย่างครบแล้วล่ะ”วีลแจ็คว่าต่อ ทำเป็นไม่สนใจเสียงบ่นของหัวหน้าของตน “มีสองสองสามอย่างเท่านั้นที่ต้องตรวจความเรียบร้อย”

 

“ดีจัง”ออพติมัสพึมพำก่อนหันมองไปทางกลุ่มมนุษย์ที่ลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองออกมาจากอาคารที่พักอาศัย

 

“คิดว่าเราลืมอะไรไปหรือเปล่าจ้ะ?” จู้ดี้ถามด้วยความกังวล“ฉันจะรู้สึกแย่มากเลยถ้าพวกเธอต้องใช้อะไรแล้วมันไม่มีเนี่ย”

 

“คิดว่าไม่นะฮะแม่ เพราะแม่แทบจะซื้อทั้งร้านเลย”แซมถอนหายใจ

 

“จูดี้ เราเดินทางไปกันสั้นๆเท่านั้นเอง น่าจะประมาณอาทิยต์ไม่ก็สองอาทิตย์ แซมกับฉันไปแคมปิ้งยังนานกว่านั้นเลย”รอนปลอบภรรยา

 

บัมเบิลบีก้มลงมองแซมด้วยความทึ่งระคนขำ“นายเคยไปแคมปิ้งกับพ่อด้วยหรือ?”เขาถาม

 

แซมคราง“ได้โปรดอย่าปลุกความทรงจำเรื่องนั้นขึ้นมาได้ไหม? มันอย่างกับไปเรียนเรื่องต้นไม้ยังไงอย่างนั้น”บัมเบิลบีหัวเราะ

 

“แล้วเหลืออะไรอีกล่ะ?”ไอออนไฮด์เอียงคอถาม ดวงตามองของที่อยู่ในเทรลเลอร์ “เราเตรียมของครบหรือยัง?”

 

“ตอนนี้เรากำลังรออุปกรณ์กับสเบียงของเราที่เคลเลอร์กำลังจะเอามาส่งให้”วิลล์เดินเข้ามาพร้อมเป้ “แต่ที่ดีก็คือเราแค่ย้ายจากรถคันนั้นมาใส่คันนี้เพราะว่าเขาแพ็คมาให้เราหมดแล้ว”

 

“ให้ตายสิ” เอปส์ลากเสียง“เราเอาของไปเยอะเหมือนกันนะ”

 

“แต่ก็ยังไม่ถึงครึ่งเลยนะ” ออพติมัสพึมพำ“มันของให้แน่นๆล่ะเพราะเราคงไม่อยากให้มันกลิ้งไปกลิ้งมาหรอกนะ”

 

“มัดไว้แน่นหนาแล้วล่ะออพติมัส ไม่ต้องห่วงหรอก”วิลล์หัวเราะแล้ววางกระเป๋าลง

 

“ทุกคน! มีคนมาแน่ะ!”

 

ทุกคนหันกลับไปมองเรด อเลิร์ทที่วิ่งเหยาะๆเข้ามาก่อนหันกลับไปมองที่ทะเลทราย“มิตรหรือศัตรู?”ออพติมัสพูดขึ้น

 

“ฉันไม่เห็นอะไรบนถนนเลยนะ”ไอออนไฮด์งึมงำ ปืนเล็งหาเป้าหมาย

 

“ไม่ใช่บนถนน!บนท้องฟ้า!”เรดตะโกนบอกแล้วชี้ขึ้นไปที่จุดสีดำๆบนท้องฟ้าที่ค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

 

“บ้าเอ้ย!ทุกคนหลบ-”

 

“เดี๋ยว!เดี๋ยว!” เคลเลอร์รีบวิ่งออกมาจากโรงอาหารมาทางทุกคน“นั่นเครื่องบินส่งของ”

 

“เครื่องบินส่งอะไรนะ?”แจ๊สถามขึ้นเสียงหลงเมื่อเคลเลอร์วิ่งมาถึงแล้วหอบหายใจ

 

“ท่านให้ส่งมาทางเครื่องบินหรือครับ?” วิลล์อ้าปากค้าง“ส่งมาทางรถยนต์ก็ได้นี่ครับ”

 

“เป็นกรณีพิเศษต้องป้องกันเป็นพิเศษด้วยสิ” เคลเลอร์เงยหน้าขึ้นก่อนยิ้มอย่างสนุกเหมือนเด็กๆ“แล้วพวกเธอก็มีรันเวย์เครื่องบิน ฉันก็เลยหาเรื่องใช้ซะ”

 

“ก็...พูดมาก็ไม่ผิดเท่าไรนะ”แรทเชทพยักหน้ารับแล้วหันไปจัดของต่อ

 

“แล้วเราต้องซ่อนตัวหรือเปล่าครับ หรือว่าเขารู้เรื่องเราอยู่แล้ว?”บลูสตรีคถามจากตรงที่ซึ่งเขากำลังช่วยเพอร์เซพเตอร์ดโหลดของ

 

“โอ้ ไม่ต้องห่วง เขารู้เรื่องพวกเธอดีเลยล่ะ”เคลเลอร์ยิ้ม

 

“เอ่อ...จะว่าไปเราปิดรันเวย์ไว้หรือเปล่า?”

 

ทุกคนหันมองบัมเบิลบีด้วยความงงๆก่อนจะมีสีหน้าเข้าใจ“ให้ตายสิ แครอล!!กดปุ่มทิ้งขยะอีกทีสิ!”จูดี้ตะโกนพร้อมกับวิ่งกลับไปที่ห้องครัว

 

“หา?”เสียงของแครอลดังลอดออกมาจากประตูที่แง้มออกหน่อยๆ

 

ทุกอย่างรอบตัวเงียบไปทันทีก่อนเสียงดังสนั่นจนพื้นสั่นจะดังขึ้นเมื่อประตูลับค่อยๆปิดลง“แค่อย่าลืมเปิดให้แม็กกี้กับหนุ่มๆออกมาก่อนมืดแล้วกัน”เอปส์หัวเราะเมื่อจูดี้เดินกลับมารวมกลุ่มพร้อกับแครอลที่อุ้มถึงกระดาษกับกระติกเก็บความเย็นออกมา

 

“ทั้งสองคนอย่าลืมกินอาหารดีๆระหว่างเดินทางนะ ห้ามกินฟาสฟู้ดทุกมื้อเด็ดขาด แล้วก็ดูแลคนอื่นๆด้วย แล้วไมลส์สวรรค์ทรงโปรดฟังพ่อพูดนะลูก”แครอลพูดไปแล้วส่งถุงกระดาษให้ลูกชาย

 

“เอิ่ม ครับแม่” ไมลส์ตอบ สองขาพยายามถ่ายน้ำหนักเมื่อต้องรับถุงมาถือ ก่อนเดินกลับไปที่เทรลเลอร์“จะว่าไป” เขาหันไปหาแซม“ใครไปกับใครล่ะ?”

 

แซมปรายตามองไปทางบีที่กำลังคุยกับบลาสเตอร์และบลูสตรีค ส่วนบาร์ริเคดกำลังคุยกับซาวน์เวฟ“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...”

 

แซมกระพริบตามองเขา“แต่นายจะนั่งไปกับบีใช่ไหมล่ะ?เราต้องนั่งไปกับเขาทั้งคู่หรือว่าเราคนใดคนหนึ่งจะไปกับเคดล่ะ?”

 

แซมหันมองไมลส์ด้วยสีหน้าแปลกใจเมื่อได้ยินโทนเสียงเครียดและจริงจัง“นายคงไม่คิดว่าพวกนั้นจะทำอะไรเขาถ้าเราไม่อยู่ด้วยหรอกนะ?”

 

ไมลส์ส่ายหน้า“ไม่หรอก แต่เคดดูท่าทางเป็นกังวลยังไงไม่รู้”

 

แซมเลิกคิ้ว“นายคิดว่าเคดจะเข้ากับพ่อนายได้ไหม?”

 

ไมลส์นิ่งไป“ไม่รู้สิ?พ่อก็บ้าพอๆกับเรานี่นะ”เขาบอก ซึ่งแซมก็แอบเห็นด้วย

 

“ฉันรู้ว่าวิลล์ไปกับไอออนไฮด์”แซมเอ่ย “ซึ่งน่าแปลกที่เอปส์ไม่ได้ไปด้วย”

 

“หรือ?” มิเคล่าถามเมื่อเดินเข้ามาหาทั้งสองหนุ่มพร้อมกล่อง“อยากรู้จังว่าทำไมนะ...”

 

“ฉันไม่แน่ใจหรอกนะ แต่เขาคุยอยู่กับซาวน์เวฟแล้วก็บาร์ริเคดตรงนั้นแหน่ะ”แซมบอกแล้วชี้ไปทางชายหนุ่มที่ยืนแถวๆเหล่าดิเซพติคอน

 

“คิดว่าเขาจะไปกับซาวน์เวฟไหม?”ไมลส์ถามด้วยความสงสัย “เผื่อไว้อะไรประมาณนั้น”

 

“บาร์ริเคดน่าจะกำลังถามเขาเรื่องนั้นอยู่แหละ”แซมพยักหน้ารับ

 

“ตรงนี้เสร็จหรือยัง?”แรทเชทถาม เด็กทั้งสาวหันกลับยิ้มกว้าง

 

“คิดว่านะฮะ น่าจะเหลือแต่ของที่อยู่บนเครื่องบินเท่านั้น”แซมพยักหน้า

 

“พอดีเลย พวกนั้นมาพอดี”เรด อเลิร์ทหัวเราะพลางมองเครื่องบินที่กำลังลงจอด

 

“คิดว่าเขาต้องให้เราช่วยเรื่องลงจอดไหม?”ไอออนไฮด์ถามพลางขมวดคิ้วมองเครื่องบินที่ดูส่วนไปมาหน่อยๆ

 

“พูดไปเราก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”แรทเชทตอบอีกฝ่าย ก่อนจะโดนวีลแจ็คเรียก “หืม?”เขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

 

“ช่วยไปเอาเครื่องมือช่างสำรองให้หน่อยได้ไหม? ฉันคิดว่าลืมทิ้งไว้แถวหน้าจอสำรองน่ะ?”

 

แรทเชทพยักหน้ารับก่อนคลี่ยิ้มให้น้อยๆ“ได้สิ เดี๋ยวกลับมานะ”เขาพยักหน้าแล้ววิ่งกลับไปที่ห้อง

 

“เราเอาของไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”แจ๊สเปรยขึ้นมาเมื่อเขาเดินเข้ามาส่งกล่องอีกใบให้คนที่กำลังจัดตู้เทรลเลอร์

 

“มีแต่ของที่จำเป็นเท่านั้นแหละ”โพร์วขมวดคิ้วมอง “นี่เป็นภารกิจสำคัญที่อาจมีอันตรายก็ได้นะ”

 

แจ๊สหัวเราะก่อนเดินเข้าไปหาผู้การหนุ่มจนใบหน้าเกือบชนกัน“ฉันนี่แหละอันตรายสุดแล้ว”เขาบอกอีกฝ่ายเสียงทุ้มเบา ยั่วยวน

 

“นายสองคนมีอันตรายแน่ถ้าไม่ไปให้พ้นๆหน้าฉัน” วีลแจ็คหรี่ตามองทั้งสองคนอย่างขำๆ“ให้ตายสิ จะทำก็ไปทำในห้องไป”

 

“หืมมม ไอเดียดีไม่เลวเลย”แจ๊สยิ้ม

 

“แจ๊ส!”โพร์วร้องขึ้นด้วยความตกใจระคนเขิน

 

“ทำไมล่ะ? เราต้องไปกับคนเกือบทั้งทีมเลยนะ ตั้งสองอาทิตย์เลยด้วย ความเป็นส่วนตัวก็ไม่มีเหมือนกัน” แจ๊สทำเสียงอ่อน

 

โพร์วที่พูดอะไรไม่ถูกทำหน้าเหมือนคำนวนอะไรสักอย่างตอนที่ไอออนไฮด์นั้นเดินเข้ามา“เครื่องบินจะลงจอดแล้วนา”ไอออนไฮด์บอกพร้อมกับยิ้มมุมปาก

 

“เห็นแล้วน่า”โพร์วทำเสียงขู่ไอออนไฮด์ที่หัวเราะร่าแล้วเดินจากไป แจ๊สเดินเข้าไปลูบแขนสามีของตนเอง

 

“ไว้ก่อนออกเดินทางไหม?” เขาถาม โพร์วมีท่าทางอึดอัดเพราะเขินแต่ก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี แจ๊สยิ้มกว้างด้วยความดีใจ“รักนายนะ!”แจ๊สร้องบอกอีกฝ่ายแล้ววิ่งจากไป

 

วีลแจ็คนั้นหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าอึ้งแต่ดูมีความสุขของโพร์วก่อนเดินตรงกลับไปยังห้องของตนเองเพื่อดูสามีของตน“เฮ้ แรทเชท?เจอของที่ว่าหรือเปล่า?”เขาถามเมื่อเดินเข้าไป

 

“หือ?โอ้เจอๆ!” แรทเชทเอ่ยเหมือนตกใจ เขาเก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์ทีเข้ากล่องแล้วหันกลับมามอง“พอดีเผลอเช็คของนานไปหน่อยน่ะ”

 

วีลแจ็คพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปหา“อยากให้ช่วยไหม?”

 

“อะไรนะ? อ้อ ไม่ๆฉันเตรียมเสร็จแล้วล่ะ”แรทเชทิ้มกว้างก่อนเดินอ้อมวีลแจ็คไปที่ประตู “เรารีบกลับไปหาทุกคนเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นจะหนีออกไปโดยไม่มีเราไปด้วย”วีลแจ็คขมวดคิ้วกับท่าทางแปลกๆของแรทเชทแล้วเดินตามอีกฝ่ายออกไป ทั้งสองเดินกลับมาหากลุ่มที่เงยหน้ามองเครื่องบินเป็นตาเดียว

 

“นี่ผมคิดไปเองหรือว่าเขาเซๆยังไงไม่รู้”เพอร์เซพเตอร์ถาม ดวงตามองเครื่องบิน

 

ออพติมัสเบ้หน้าเมื่อเห็นว่าเครื่องบินนั้นบินเอียงอย่างน่ากลัว“ฉันว่ามันเซๆจริงๆนั่นแหละ”

 

“ใครขับเครื่องบินนั่นกันเนี่ย?”ไอออนไฮด์ถามเคลเลอร์เมื่อเครื่องบินนั้นพยายามแตะรันเวย์อย่างยากเย็น

 

“นักบินชั้นเยี่ยมเลยนะ” เคลเลอร์ถอนหายใจ“แต่ฉันคิดว่าพอเห็นหุ่นยนต์ยักษ์สิบยี่สิบตัวยืนเต็มไปหมดคงทำให้เขาไขว้เขวหน่อยๆ”

 

“ผมนึกว่าเขารู้เรื่องเราเสียอีก”บาร์ริเคดเอ่ยขึ้น

 

“รู้สิ”เคลเลอร์ครางในลำคอ

 

แรทเชทอาศัยช่วงที่ทุกคนนั้นมัวแต่ไปสนใจเครื่องบินเปิดกล่องที่ตนถือมาแล้วปิดหน้าจอแผ่นดาต้าที่ตนเปิดค้างไว้ รูปเล็กๆที่หน้าจอแสดงผลดับลง เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนว่างกล่องลงรวมกับของอื่นๆ เขาเดินกลับเข้าไปหาทุกคนแล้วคว้ามือของวีลแจ็คมากุม วิทศวกรหนุ่มมองเขาด้วยความแปลกใจแต่ก็กุมมืออีกฝ่ายแน่

 

เมื่อเครื่องบินแตะพื้นเป็นที่เรียบร้อยและแท็กซีตรงมาทางฐานทัพ เคลเลอร์ที่ยิ้มกว้าง เดินตรงไปทางเครื่องบิน“ผู้กองเลนนอกซ์ สิบโทเอปส์ คุณต้องอยากมาทักคนที่มาทำหน้าที่ประจำที่นี่ชั่วคราวระหว่างคุณไม่อยู่แน่ๆ เขาเอาของมาส่งให้เราด้วยนะ”

 

วิลล์และเอปส์ปล่อยมือจากอุปกรณ์ที่ตนเองขนมาแล้วหันกลับมามองอีกฝ่ายทันที“ใครนะครับ?”เอปส์บอกเสียงหลงแล้ววิ่งตามอีกฝ่ายไป ไอออนไฮด์และออพติมัสเดินตามทั้งสามไปด้วยสีหน้างงงวยระคนกังวล     

 

“เราไม่เห็นเข้าใจเลยจอห์น คุณจะหาคนมาแทนเขาทำไมกัน?เขาแค่ไปกับเราเพื่อทำภารกิจด้วยกันเท่านั้น”ออพติมัสบอกด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

 

“อย่างบอกไปว่าแค่ชั่วคราว”จอห์นหัวเราะขณะมองประตูเครื่องบินเปิดออก “ยังไงเสียที่นี่ก็เป็นฐานทัพของกองทัพ มันคงดูแปลกถ้าไม่มีทหารอยู่ประจำการเลย”

 

“หืม?” วิลล์จ้องอีกฝ่าย“ท่านพูดถึงเรื่องอะไรครับ?”

 

เอปส์ทำเสียงหายใจเข้าด้วยความตกใจ เขาคว้าแขนวิลล์มาเขย่าด้วยความตื่นเต้น ก่อนวิ่งตรงไปยังทางเครื่องบิน วิลล์มองตามค่หูของตนเองอย่างไม่เข้าใจจนกระทั่งเขาเห็นร่างที่กำลังโบกมือให้ตนขณะเดินลงมาจากเครื่องบิน เขาอ้าปากค้างและจำได้ทันที เขาวิ่งตามเอปส์ไปอย่างไม่รอช่ส

 

“หกเดือนของการรักษาตัว แล้วตอนนี้ฉันก็กลับมาแล้วที่รัก!” นายทหารพิเศษโฮเซ่ “ฟิกก์” ฟิกเกอโร เอ่ยเสียงดัง เขาพยายามกระโดดลงจากเครื่องบิน ขาข้างซ้ายของเขานั้นยังคงอยู่ในเฝือกแต่เขาก็ดูดีขึ้นมากจากครั้งสุดท้ายที่วิลล์และเอปส์เห็นเขาที่กาตาร์ตอนที่สู้กับสกอร์โปน็อค

 

ชายหนุ่มทั้งสามหัวเราะร่า ยกมือขึ้นตีไฮไฟว์กันยกใหญ่ ไม่ก็ชนไหล่กันและกัน วิลล์คว้าทั้งสองคนเข้ามากอดพร้อมกัน เอปส์ทักอีกฝ่ายโดยการเข้าไปล็อคคออีกฝ่าย“ให้ตายสิ ฟิกส์!นายน่าจะโทรมาหรือติดต่อมาบ้างนะเนี่ย!”

 

ฟิกก์หัวเราะเมื่อชายหนุ่มทั้งสองกอดเขา“ฉันก็อยากเพื่อน แต่หัวหน้าบอกว่านี่เป็นภารกิจลับ!ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมาเจอพวกนาย จนกระทั่งขึ้นเครื่องมาเนี่ยแหละ!”

 

เคลเลอร์และออโตบอททั้งสองคนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความขันเมื่อทั้งสามคนเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดกับตนให้อีกฝ่ายฟัง“ให้เดาว่าคงถูกใจเรื่องคนมาแทนสินะ?”เคลเลอร์ยิ้ม เขาเอ่ยขึ้นแทรกบทสนทนาของทั้งสามคน

 

“โอ้แน่นอนครับ!”วิลล์ยิ้มแล้วหันกลับมายิ้มกว้าง “แต่ทำไมเขามาที่นี่ล่ะครับ?”

 

“ดูเหมือนว่าฉันต้องมาคอยรับมือกับ ‘คนส่งของ’”ฟิกก์บอก เขาอ่านมันจากกระดาษที่เขาดึงออกมาจากกระเป๋ากางเกง “มันคืออะไรล่ะ? รหัสลับของภารกิจอะไรหรือไง?”วิลล์และเอปส์ต่างระเบิดหัวเราะ ฟิกก์มองทั้งสองคนด้วยความงง “อ้าวเพื่อน พวกนายหัวเราะอะไรกัน?บอกด้วยสิ”

                                                                              

“เรื่องมันยาวน่ะ”วิลล์หัวเราะขณะคนอื่นเดินเข้ามาหาพวกเขา “ฟิกส์ฉันอยากให้นายเจอทุกคน นี่แซม วิทวิคกีตัวแทนทูตสันตวไมตรีของออโตบอท-”

 

ฟิกก์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจับมือแซมเขย่าทักทาย“เด็กนะเนี่ย พ่อหนุ่มคนนี้?”

 

“เหตุการณ์พาไปน่ะ”เอปส์หัวเราะ ฟิกก์หันมองเขาด้วยความอยากรู้ผสมกับขำ

 

“ส่วนทางนี้ผู้ปกครองของเขา รอนกับจูดี้ วิทวิคกี” วิลล์ว่าต่อ เอปส์ทักทั้งสอง“ส่วนทางนี้คือ มิสมิเคล่า บานส์คนที่ช่วยเราในเมืองมิสชั่น”

 

“โอ้...สาวสวยกับรถลากจูง!ฉันได้ยินเรื่องเธอเยอะเลย!”ฟิกก์อุทานแล้วคว้ามืออีกฝ่ายมาเขย่า

 

“ดีค่ะ”มิเคล่าเอ่ยทักสั้นๆระหว่างที่อีกฝ่ายเขย่ามือเธอแรงๆ

 

“ส่วนทางนี้เพื่อนของแซม ไมลส์ แลนคาสเตอร์กับผู้ปกครอง แครอลกับสตีฟ”วิลล์แนะนำ ฟิกก์เอ่ยทัก “ยังมีอีกสองสามคนที่อาศัยอยูที่นี่ด้วยซึ่งนายน่าจะเจอทีหลัง ส่วนทางนี้คือพวกออโตบอท”วิลล์ยิ้มให้ฟิกก์

 

ฟิกก์หันกลับมาทักเหล่าร่างสูงที่เขาได้ยินเพื่อนๆเอ่ยถึงตอนเวลาที่ตนอยู่ในโรงพยาบาล เขาเงยหน้าขึ้นมองจนปวดคอ“โอ้ แม่เจ้าโว้ย!ตัวใหญ่เป็นบ้า!ใหญ่กว่าตัวที่เราสู้ที่กาตาร์เสียอีก”

 

“ขอบคุณ”ออพติมัสหัวเราะ “เรา-”

 

“-ออพติมัส ไพร์มหัวหน้าของกลุ่มออโตบอท”แจ๊ส บี และแรทเชทตามพูดพร้อมกัน

 

ออพติมัสขมวดคิ้ว ขณะไอออนไฮด์นั้นหัวเราะเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนนั้นเบ้ปากเมื่อโดนเพื่อนๆแย่งพูดแนะนำตัว“ทำใจเถอะไพร์ม นายต้องหาวิธีแนะนำตัวใหม่แล้วล่ะ”มือปืนหนุ่มวัยฉกรรจ์ก่อนเดินผ่านไปยังเครื่องบินเพื่อช่วยกลุ่มคนที่กำลังขนของลงมาด้วยสีหน้าไม่แน่ใจนัก

 

ฟิกก์หัวเราะแล้วมองตามท็อป คิกหนุ่มไป“ฉันชอบหมอนั่นแฮะ”เขาหัวเราะ

 

วิลล์ขมวดคิ้วมองฟิกก์ เอปส์บางมือบนไหล่อีกฝ่าย“อย่าเลยเขามีเจ้าของแล้ว” ฟิกก์มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าแปลกๆ แต่เอปส์ก็ลากเขาไปแนะนำกับคนอื่นก่อนที่เขาจะได้ถาม“ฟิกก์ ทางนี้คือออโตบอทกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงโลกแล้วก็เป็นกลุ่มที่อยู่กับเราในเมืองมิสชั่น ทางนี้คือหัวหน้าหน่วยแพทย์แรทเชทคนที่ขนาดฉันยังกลัวเลย ทางนี้คือร้อยโทแจ๊สผู้ติดตามอันดับสองของออพติมัสเขารู้รเรื่องเพลงเยอะมาก แล้วก็นี่คือผู้พิทักษ์และผู้ดูแลแซม บัมเบิลบีที่เจ๋งและเก่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเยอะเชื่อฉัน คนที่ยืนอยู่ใกล้เครื่องบินคือไอออนไฮด์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาวุโธปกรณ์ที่มือเร็วมากยิงก่อนถามทีหลังเสมอ”

 

ฟิกก์พยักหน้ารับแล้วมองไปรอบๆฐานทัพ“แถวนี้ท่าทางจะน่าอยู่นะ”เขายิ้มให้เหล่าออโตบอท “ท่าทางอบอุ่น”

 

แรทเชทหัวเราะแล้วพยักหน้าให้อีกฝ่ายเพื่อทักทาย“เป็นการแนะนำตัวให้รู้จักกันที่มีรสชาติมากๆเอสป์”

 

“เท่าที่ได้ยินมา น่าจะโอเคกว่าที่คุณทำนะ....”

 

แรทเชทรับเบนหน้าหนีด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงตอนที่เขาเจอแซมกับมิเคล่าครั้งแรก“ฉันว่าฉันไปช่วยไอออนไฮด์ตรงนู้นดีกว่านะ”

 

ฟิกก์ปรายตามองเอปส์ด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าคุณหมอพยายามเดินหนี“ฉันควรจะอยากรู้ไหม?”

 

“ก็ไม่ต้องหรอก”วิลล์ส่ายหน้า ขณะแซมกับมิเคล่านั้นต่างหน้าแดงเมื่อนึกถึง

 

“แล้วชีวิตแถวนี้เป็นยังไงหรือ?”ฟิกก์ถามเสียงดังเมื่อนายทหารทั้งสองพาเขาเดินเข้าไปในส่วนที่อยู่ของฐานทัพ

 

“ไม่น่าเบื่อหรอกฉันรับประกัน”วิลล์หัวเราะ

 

“ก็ว่าอย่างนั้นแหละ ว่าแต่เมื่อกี้จากบนอากาศฉันว่าฉันเห็นคูน้ำหรือเปล่านะ?”ฟิกก์ถามก่อนเอียงคอกลับมามองสิ่งที่ตนกำลังพูดถึง

 

ชายหนุ่มทั้งสองครางในลำคอ“ก็คูน้ำนั่นแหละ”วิลล์ยืนยัน

 

“นายต้องชอบแน่ๆ” เอปส์หัวเราะหึๆแล้วหันกลับมามองอีกฝ่าย“ในนั้นมีจระเข้เป็นๆอยู่ด้วยนะ”

 

ฟิกก์หยุดเดินแล้วหันมองเอปส์ตาโต“ตลกน่า?”

 

“ไม่ เรื่องจริงเลย”ไอออนไฮด์คำรามในคอเมื่อเขาเดินผ่านทั้งสามไปพร้อมกับกล่องหลายใบ

 

“เอาไปไว้ข้างหลังนะ!ข้างหลัง!”แรทเชทตะโกนบอกแล้ววิ่งตามอีกฝ่ายไปติดๆ ในมือถือกล่องมาด้วย

 

ฟิกกันกลับไปมองเอปส์และวิลล์ที่ยักไหล่“ไอออนไฮด์พยายามจะจับมันมาเป็นอาทิตย์แล้ว”วิลล์อธิบายแล้วเริ่มเดินต่อ “เดิมทีมันมีสองตัวแต่เขายิงไปได้ตัวหนึ่ง ตัวที่สองออกจะฉลาดเอาเรื่องอยู่”

 

ฟิกก์ยิ้มกว้าง“ไม่ได้ใช้เหยื่อล้อที่ถูกอันล่ะสิท่า”

 

“เขาไม่ใช้เลยต่างหาก” เอปส์ระเบิดหัวเราะ“เขาแค่พยายามยิงมันตอนที่มันขึ้นมาเหนือน้ำน่ะ”

 

“อยากให้จัดการให้ไหมระหว่างที่พวกนายไม่อยู่?”ฟิกก์ถามก่อนยิ้มยิงฟัน “มันก็คงเหมือนๆกับที่ฉันทำที่หลุยส์เซียน่าแหละ”

 

“ม่ายล่ะ” วิลล์ส่ายหน้า เขาปรายตามองเมคที่ตนกำลังพูดถึงซึ่งกำลังเถียงกับเพอร์เซพเตอร์เรื่องอะไรสักอย่าง“เขาคงอยากจัดการมันด้วยตัวเองมากกว่า”

 

“แล้วสตีฟที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็พยายามเลี้ยงมันด้วย”เอปส์ยิ้ม “จะว่าไปฉันยังไม่ได้มีโอกาสไปกินข้าวบ้านแม่นายเลย”

 

ฟิคได้แต่หัวเราะเมื่อนึกถึงตอนที่พวกเขาคุยกันระหว่างการทำภารกิจที่กาตาร์“นั่นสินะ”เขาหัวเราะเสียงเบา

 

“มาเถอะเดี๋ยวจะพาไปแนะนำให้รู้จักคนอื่นๆ”วิลล์บอกพลางลากฟิกก์กลับมายังกลุ่มออโตบอทที่ซึ่งไอออนไฮด์นั้นยังคงเถียงกับเพอร์เซพเตอร์ไม่จบ

 

“ฉันไม่ยอมลากนายไปไหนมาไหนตลอดเวลาหรอกนะ!หาร่างแปลงใหม่เดี๋ยวนี้!”ไอออนไฮด์ตะโกนใส่เมคสีแดงร่างเล็ก

 

“ก็บอกแล้วไงว่าผมชอบร่างแปลงอันนี้!” เพอร์เซพเตอร์เถียงกลับ“มันเหมาะสำหรับการค้นคว้าของผม!”

 

“ถ้าอย่างนั้นนายก็หัดเดินเอาเองสิ!”

 

“เกิดอะไรขึ้น?”ออพติมัสถามเมื่อเขา โพร์วและฮาวน์เดินมาถึง

 

“หมอนี่มันไม่ยอมเปลี่ยนร่างแปลง!”ไอออนไฮด์บอกเสียงดัง เขาชี้นิ้วไปทางเพอร์เซพเตอร์เพื่อต้องการชี้ตัวคนที่เขาเถียงด้วย

 

“ก็เพราะว่ามันไม่จำเป็นน่ะสิ!”เพอร์เซพเตอร์ตะโกนใส่มือปืนหนุ่ม

 

“แล้วฉันขอบอกเลยว่าฉันไม่ลากหมอนี่ไปถึงแคนาดาหรอกนะ!”ไอออนไฮด์ตะโกนสวนกลับ

 

หัวหน้าของเหล่าออโตบอทได้แต่ครางอย่างระอา ฮาวน์แอบหัวเราะ โพร์วส่งสารตามองดุๆไปทางสองคนที่เถียงกัน“เราประณีประนอมกันหน่อยไม่ได้หรือ?”ออพติมัสพยายามไกล่เกลี่ย

 

“ไม่!”ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกันด้วยอารมณ์ครุ่กรุ่น

 

“ไอออนไฮด์พูดมาก็ถูกนะ” โพร์วขมวดคิ้วมองนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม“ถ้านายขยับไปไหนไม่ได้แบบนี้ นายก็น่าจะเปลี่ยนร่างแปลงเป็นอย่างอื่นแทน”

 

“ผมขอปฏิเสธ!”เพอร์เซพเตอร์บอกเสียเขียว “ทำไมผมจะต้องเป็นที่เปลี่ยนด้วย!”

 

“ก็เพราะว่านายเป็นต้นต่อของปัญหาน่ะสิ!”ไอออนไฮด์สวน

 

“อะไรนะ!?”เพอร์เซพเตอร์ขึ้นเสียง “ผมไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเสียหน่อย!”

 

“เอาล่ะทั้งสองคน หยุดเดี๋ยวนี้!” แรทเชทตวาด เขาเดินเข้ามาขวางทั้งสองคน“ในเทรลเลอร์ยังมีที่เหลืออยู่ ถ้าเพอร์เซพเตอร์ไม่สบายใจที่จะต้องหาร่างแปลงใหม่ เขาก็เข้าไปอยู่ในนั้นแทนจะได้ไม่มีใครเห็นด้วย นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมออพติมัส”

 

“เอิ่ม-”

 

“เยี่ยม!” แรทเชทพยักหน้าหนึ่งทีแล้วดันกล่องที่ตนถือมาใส่มือไอออนไฮด์“ช่วยฉันจัดของหน่อย”

 

ออพติมัสปรายตามองโพร์ว“ตกลงว่าใครเป็นคนสั่งการกันแน่เนี่ย?”เขาถามอย่างงงๆ

 

“มันควรจะเป็นเราครับ”โพร์วบอกพร้อมถอนหายใจ

 

ออพติมัสพยักหน้า ไม่สนใจเสียงหัวเราะดังลั่นจากนายทหารหนุ่มทั้งสาม“เราก็ว่าอย่างนั้น”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

“เรียบแล้วแล้วใช่ไหม?”แซมถามเมื่อเขาเดินเข้ามาหาบีและเหล่า’คอนหนึ่งชม.ให้หลัง

 

“คิดว่านะ”บัมเบิลบีบอกพลางขมวดคิ้ว “วีลแจ็คกับเพอร์เซพเตอร์เอาของขึ้นรถหมดแล้ว ส่วนออพติมัสก็คงอยากให้เราออกไปจากที่นี่ก่อนจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”

 

“เข้าใจเลย”บาร์ริเคดหัวเราะแล้วเก็บแห่นดาต้าเครื่องเล่นเกมส์

 

“การเดินทางคราวนี้คงน่าสนใจทีเดียวเลยนะ” เคลเลอร์เดินเข้ามาหา“ฉันจัดการหาของที่สั่งไว้ให้ได้หมดเลยนะ”เขาเงยหน้ามองบาร์ริเคดและบัมเบิลบี

 

“ครับผมได้รับมาพร้อมกับของๆผมแล้วครับ”ซาวน์เวพพยักหน้ารับเป็นเชิงยืนยัน

 

บาร์ริเคดยิ้มกว้างขึ้น“เยี่ยม เราจะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับออพติมัสเรื่องอุปกรณ์ของเรา”

 

“ของที่สั่ง?”แซมถามแล้วมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย “อุปกรณ์อะไร?”

 

“ก็ของใช้จำเป็นเล็กๆน้อยๆ”บาร์ริเคดบอกแล้วยิ้มอย่างนึกสนุก

 

บัมเบิลบีหัวเราะ“พวกนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าจะต้องไปเจอกับอะไรบ้าง”เขายิ้มแล้วมองไปทางเหล่าออโตบอทที่กำลังจัดของชิ้นสุดท้ายเข้าท้ายรถ

 

แซมขมวดคิ้วเมื่อไมลส์เดินเข้ามพร้อมพ่อทั้งสองคน“เราพร้อมไปกันหรือยัง?”สตีฟถามด้วยความร่าเริง

 

“คิดว่าพร้อมแล้วนะฮะ”แซมหันไปมองเคลเลอร์ที่พยักหน้ารับ

 

“ต้องเป็นประสบการณ์ที่สุดยอดแน่ๆ!”รอนยิ้มกว้าง

 

“ครับ ตราบใดที่มันไม่เหมือนประสบการณ์ตอนเมืองมิสชั่นหรือตอนที่ไปที่ยูทาห์ผมก็โอเค”แซมถอนหายใจแล้วยกแขนขึ้นเหนือหัว

 

“แต่ฉันไม่ได้ไปสักที่ที่นายว่ามาเลยนะ”ไมลส์ขมวดคิ้วมองเพื่อนรัก

 

“ฉันเชื่อคราวนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไรนัก” บาร์ริเคดบอกแล้วส่ายหน้า“เพราะแถวนี้มีแต่เรื่องตลอดเลย”

 

เหล่ามนุษย์ต่างพยักหน้าตามก่อนสตฟจะเงยหน้าขึ้น“คือบาร์ริเคด ถ้าจำไม่ผิดฉันเคยถามแซมเรื่องนั่งรถมัสแตงก์คันใหม่ที่เขาซื้อเมื่อตอนนู้นนะ”เขาหัวเราะแหะๆ “เพราะอย่างนั้นจะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะไปด้วยน่ะ?”

 

บาร์ริเคดปรายตามองแซมชั่วครู่ แต่ก็พยักหน้าให้อีกฝ่าย“ไม่หรอกครับ เชิญเลย”

 

“เราจะออกเดินทางในอีกสิบนาทีนะ!สิบนาที!”โพร์วตะโกนบอกจากที่ฟากของคูน้ำ

 

จูดี้และแครอลเดินเข้ามากอดเด็กหนุ่มทั้งสองคน“เป็นเด็กดีนะจ้ะ!”จูดี้บอกเสียงจริงจัง

 

“ฮะแม่”แซมบอกแล้วกอดมารดาหลวมๆ

 

จูดี้หัวเราะ“แหมน่ารักมากลูก แต่แม่พูดกับพ่อจ้ะ”

 

“อ้าวเฮ้ย!”ทุกคนหัวเราะตาม

 

“ไว้เจอกันตอนนายกลับมานะ”มิเคล่าเดินเข้าไปกอดสองหนุ่ม

 

“แล้วจะเอาหิมะมาฝากนะ”แซมยิ้ม มิเคล่าพยักหน้าให้เมื่อทุกคนนั้นพร้อมที่จะออกเดินทาง

 

“เอ่อ....” ซาวน์เวฟแปลกใจที่อยู่ก็มีคนเดินมาแตะไหล่ของตน เมื่อเขาหันกลับมาก็พบเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารของออโตบอทยืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างหลังตน “ผมกลับไปดูมันอีกครั้งแล้วก็ปรับแต่งให้มันดีขึ้นแล้วครับ”บลาสเตอร์บอกก่อนส่งวิทยุสื่อสารให้

 

ซาวน์เวฟพยักหน้ารับมือเอื้อมไปรับเครื่องมือจากอีกฝ่าย เขาจับมันก่อนจะแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายนั้นไม่ยอมปล่อยมือโดยม่รู้ตัว พอเห็นว่าซาวน์เวฟนั้นมองตนด้วยความสงสัยเขาก็รีบปล่อยมือ ซาวน์เวฟขมวดคิ้วมองร่างเล็กอย่างไม่เข้าใจก่อนจะก้มมองอุปกรณ์สื่อสารในมือตน บาร์ริเคดที่ยืนใกล้ๆคำรามเบาๆในลำคอ ซาวน์เวฟหันไปมองอีกฝ่ายงงๆ แต่บาร์ริเคดก็เพียงแต่โบกมือไล่อีกฝ่าย“ขอบคุณครับ”ซาวน์เวฟเอ่ยกับบลาสเตอร์ที่พยักหน้า

 

“ผมจะคอยฟังที่ห้องวิทยุสื่อสารเผื่อกรณีฉุกเฉิน ส่วนนี้เป็นจุดรายงานผลครับ”เขาบอกแล้วส่งแผ่นดาต้าให้

 

“เราจะทำเวลาให้ได้ตามกำหนดครับ”ซาวน์เวฟบอกเขาเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยมือจากของเหมือนเดิม ก่อนบลาสเตอร์จะก้าวถอยหลัง

 

“ถ้าโพร์วอยุ่ด้วยล่ะก็มันคงเร็วกว่ากำหนดอยู่แล้วล่ะ”แจ๊สพึมพำเมื่อเขาเดินเข้ามาหา ดวงตามองทั้งสองคน

 

ซาวน์เวฟมองร้อยโทหนุ่มเดินผ่านตนไป บาร์ริเคดสังเกตุเห็นว่าบลาสเตอร์มีสีหน้าเจ็บปวดระคนเศร้า“โอ๊ย พริมัสทรงโปรด ไปได้หรือยัง?”มัสแตงก์หนุ่มเอ่ยถามออพติมัส

 

“นั่นสิ ทุกคน!ออกเดินทางได้!”ออพติมัสบอกเสียงเข้ม

 

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าไม่ได้เอาปืนที่ไหล่ไปด้วย!”ไอออนไฮด์ตะโกนขึ้นจากด้านหลังของกลุ่ม

 

ออพติมัสขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด“ก็เร็วๆเข้าสิ!”

 

“จะออกเดินทางแบบลื่นไหลสบายๆไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย?”บัมเบิลบีเดินขึ้นมายืนข้างบาร์ริเคดแล้วถาม

 

“ไหนดูสิ....เดินทางขึ้นไปอลาสก้า แล้วก็นั่งเรือไปที่ขั้วโลกเหนือที่ซึ่งถ้าเราตกน้ำล่ะก็ซี้แหงแก๋ น้ำที่เย็นตำกว่าระดับศูนย์จะทำให้เข้าสู่ภาวะหยุดนิ่งทันที?” บาร์ริเคดถามกลับ“นี่มันหายนะชัดๆ!”

 

“แล้วก็เรด!นายเป็นคนดูแลที่นี่นะ!”ออพติมัสตะโกนบอกเมื่อทุกคนข้ามไปอีกฝั่งเป็นที่เรียบร้อย

 

“ได้เลย!”เรดยิ้มกว้างท่ามกลางเสียงครางของหลายๆคน

 

TBC

Comment

Comment:

Tweet

เคดพูดถูกแถวนี้มันมีแต่เรื่องจริงๆsad smile
บอทส์เอาของไปเยอะเหมือนกันแฮะ ถ้าเกิดออพติมัสเกิดลื่นเพราะหิมะขึ้นมาไม่หายนะเลยหรอ

#3 By PB (171.5.251.6) on 2013-09-29 17:52

เทรลเลอร์ เทรลเลอร์ เทรลเลอร์ เทรลเลอร์!! ก๊ากกกกขำconfused smile
ทำใจค่ะท่านผู้นำ ทำใจ ก็ท่านเป็นรถบรรทุกนี่เน๊อะ!
คิดไปเองหรือเปล่าว่าออฟติมัสโดนเพื่อนๆแกล้ง
อ๊ากกกก!! ทำไมรู้สึกเขินแทนโพร์ว -////- ฮิ้วววว

#2 By ลมหนาว (119.46.227.4) on 2013-09-24 12:15

ขอโทษที่ไม่ได้เม้นมาสองตอนนะคะ... ล็อคอินไม่ได้ ตอนนี้กลับมาแล้วค่าาาา /เรารอให้สามพีเคลียร์ให้ลงตัวอยู่นะคะ

#1 By Super_ป่องป๊อง on 2013-09-24 10:40