[TF]Cover Me:Chapter 98

posted on 15 Sep 2013 15:39 by ki-kakao in TF directory Fiction, Cartoon

สวัสดีค่ะ เป็นยังไงกันบ้างคะ รู้สึกช่วงนี้เวลาผ่านไปเร็วจัง แต่เอาเข้าจริงอยากให้ผ่านไปเร็วกว่านี้ ฮา ช่วงนี้งานที่ทำแอบเจอเคสยากๆเหมือนกัน ไปอ่านแก้เครียดกัน!!!!

 KaKao

 

ตอบเม้น                                            



1 # คุณ PB  เอปส์ขี้แกล้งนะคะมากด้วย ข้าวว่าความจริงเขารู้อะไรเยอะเหมือนกันเพียงแต่ไม่พูด รอจังหวะเหมาะๆแล้วจัดเต็ม ส่วนโพร์ว เหอๆ น่าจะเดาได้มั้งคะ :D

                                                           

Credit : http://blkdragonqueen.livejournal.com/

                                          

คำอธิบายเกี่ยวกับลักษณะตัวอักษรในฟิค

 

“ประโยคคำพูด”

 

'ความคิด'

 

“-สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ-”

 

“ภาษาไซเบอร์ตรอน”

 

“:สตาร์ลิงค์:”

 

อธิบายเพิ่มเติม

ลิงค์: การที่สปาร์คเรียกหากัน แต่ยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เชื่อมสัมพันธ์ : ประมาณการแต่งงาน

สตาร์ ลิงค์: การที่สปาร์คสองดวงพูดคุย

 

 

อายุอานามของเหล่าหุ่นในเรื่องเมื่อเทียบกับคน

 

Autobots

Optimus: 27-30

Ratchet: 37-40

Ironhide: 37-40

Bumblebee: 17-19

Wheeljack: 38-40

Twin: 23-24

Perceptor: 35-37

Inferno: 30-35

Red Alert: 25-27

 

 

Decepticon

Barricade: 20-23

Starscream 30-33  

Thundercracker 30-33

Skywarp 30-33

Misfire 23-25

Runamuck 35-38

Runabout 35-38

Hook 37-40  

Scraper 37-40

Long haul 37-40  

Scavenger 37-40

Mixmaster 37-40  

Soundwave: 35-38-- All cassettes: 26-34

 

Pairing

Wheeljack x Ratchet, Prowl x Jazz, Sideswipe x Sunstreaker

 

Chapter 98 : คำสารภาพของคอน

ในวันนั้นบาร์ริเคดใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอยู่แต่ในห้อง พยายามไม่สนใจเรื่องบ้าบอที่เกิดข้างนอก ทุกคนเองก็ดูจะเหนื่อยกับเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงสามสี่วันที่ผ่านมาและส่วนตัว เขาคิดว่าพวกออโตบอทนั้นทำตัวติ๊งต๊องหนักกว่าเก่าเสียอีก เขาถอนหายใจก่อนเอนหลังพิงกำแพงรอให้เกมส์ใหม่ที่กำลังโหลดเข้ามาใส่ในPSPจำเป็นนั้นเต็ม100เปอร์เซ็น

 

บัมเบิลบีนั้นออกไปกับพวกออโตบอทคนอื่นๆเพื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็น ขณะแซมและไมลส์ต่างออกไปกับแม่ๆเพื่อหาซื้อของใช้ส่วนตัว บาร์ริเคดคิดว่าเขาคงไม่ต้องใช้อะไรมากนอกจากเสื้อโค้ทสองสามตัวกับรองเท้าบู้ทสักสองคู่ แต่ก็นั่นแหละต้องตามใจสาวๆเสียหน่อย เขาแอบแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่มิเคล่านั้นไม่ได้ไปด้วย ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะไม่ชอบที่เย็นๆ

 

ก่อนที่เขาจะได้เล่นเกมส์ที่โหลดเสร็จแล้ว เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น บาร์ริเคดถอนหายใจแล้วเกิดพักหน้าจอก่อนยืนขึ้น“ถ้าพวกนายมาหาเจ้าผึ้งล่ะก็หมอนั่นไม่อยู่!”บาร์ริเคดพูดก่อนที่จะเดินไปถึงประตู “อ้อ นายเองหรือ?” โทนเสียงของเขาเปลี่ยนทันทีที่เห็นว่าใครยืนอยู่ที่หน้าประตู เขาก้าวเดินถอยหลังเพื่อให้เหล่าดิเซพติคอนนั้นเดินเข้ามา เฟรนซีรีบวิ่งไปนั่งที่โซฟาทันที เรเวจที่เดินตามไปติดๆปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ เว้นที่เล็กๆไว้ให้รัมเบิลนั่ง รัมเบิลถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปอุ้มเฟรนซีขึ้นย้ายอีกฝ่ายมานั่งที่ตักส่วนตนเองเข้าไปนั่งแทนที เฟรนซีหัวเราะเบาๆ บาร์ริเคดส่ายหน้า

 

“บาร์ริเคด”ซาวน์เวฟเดินเข้าห้อง “ผมต้องขอโทษจริงที่มาหาในเวลานี้”

 

บาร์ริเคดยักไหล่“ฉันไม่สนหรอก”เขาบอกก่อนกลับไปนั่งลงที่ที่นั่งของตน “มาเยี่ยมเมื่อไรก็ได้”ซาวน์เวฟพยักหน้าก่อนมองไปรอบ บาร์ริเคดเอียงคอ “ไม่มีใครอยู่หรอก”

 

ซาวน์เวฟหันกลับมามองที่บาร์ริเคดด้วยความแปลกใจก่อนพยักหน้ารับน้อยๆ เขานั่งลง รอให้แร้งทั้งสองตัวหาที่เกาะให้เรียบร้อย“ผมมาหาเพื่อถามความคิดเห็นเรื่องทั้งหมด” ซาวน์เวฟเริ่มพูด

 

บาร์ริเคดเหล่ตามองร่างสูงอย่างต้องการอ่านอีกฝ่าย ก่อนจะถอนหายใจเขาปิดเกมส์ที่กำลังเล่นอยู่แล้วเงยหน้าขึ้น“เรื่องอะไรล่ะ?”เขาถามเสียงเรียบ “เอนเนอร์จอน? สปาร์คลิงก์?หรือเรื่องคนที่เราก็รู้ว่าใครตรงนั้น?”

 

“ยะ-ยะ-อย่าเอาฉันมากะ-กะ-เกี่ยวด้วยสิ”เฟรนซีบอกจากที่นั่งของตนเอง

 

“ทุกๆอย่างโดยรวมครับ” ซาวน์เวฟว่า“เริ่มจากที่ว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่กับพวกออโตบอทดีกว่า”

 

บาร์ริเคดมองไปทางเพื่อนของตน พลางนึกในใจว่าอีกฝ่ายน่าจะใส่แว่นตาเขาจะไม่ได้เห็นดวงตาสีแดงอ่านที่มองมาทางเขาด้วยสายตาตัดสิน แต่เพราะว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในสงครามเกราะที่หน้าและแว่นตาจึงถูกถอดออก ซาวน์เวฟมองเขาอย่างต้องการวิเคราะห์ทุกการกระทำของบาร์ริเคด มัสแตงก์หนุ่มพยักหน้าจำยอม

 

ซาวน์เวฟพูดถูก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาอยู่กันตามลำพังโดยที่ไม่มีออโตบอท หรือพวกมนุษย์อยู่ด้วย“ถ้านายอยากรู้ว่าทำไมล่ะก็อันดับแรกเลยมันเป็นความผิดของสตาร์สกรีม”ซาวน์เวฟไม่ได้มีท่าทางแปลกใจแต่อย่างใด

 

“เกิดอะไรขึ้นที่ศึกสุดท้ายกันแน่?” รัมเบิลถาม“ฉันว่าเริ่มเล่าตั้งแต่ตรงนั้นน่าจะดีกว่านะ”

 

บาร์ริเคดพยักหน้ารับ“นั่นสินะ เรามาถึงที่ดาวนี้ก่อนพวกออโตบอทหนึ่งวันเพราะพวกนั้นโคจรรอบดวงดาวสำรวจจากระยะไกล ก่อนเข้าลงจอดที่ดาว เฟรนซีตรวจพบภาษาของเราจากข้อมูลของรัฐบาล ซึ่งมันเป็นรายงานที่เกี่ยวกับกัปตันวิทวิคกี”

 

“คนที่แซมพูดถึงสินะครับ”ซาวน์เวฟถามเพื่อให้แน่ใจ

 

 

บาร์ริเคดพยักหน้าแล้วเล่าเรื่องคร่าวที่เกิดขึ้นซึ่งนำไปสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายโดยมีเฟรนซ๊เล่าแทรกเป็นระยะๆ ซาวน์เวฟและทีมนั่นนั่งฟังเงียบๆแต่ก็คอยปรายตามองไปทางเฟรนซีตอนที่ถึงช่วงการชุบชีวิตเมกาทรอน“พะ-พะ-พะ-พวกมนุษย์ไม่ร-รู้ว่าเขาแค่หลับไปเฉยๆ”เฟรนซีบอก “ปลุก-ปลุก-ปลุกเขาน่ะง่าย-ง-ง-ง่ายมาก” เขาหันมายิ้มให้รัมเบิลเร็วๆก่อนจะลุกขึ้นจากตักของคู่ของตนมายืนแทน

 

วินาทีถัดมาก็เป็นเมกาทรอนที่เข้ามาควบคุมร่างแทน“เรารู้สึกได้ถึงออลสปาร์คมาตลอดตอนที่ถูกขังอยู่ที่เขื่อนนั่น” เขาว่าแล้วเดินไปเดินมา“เราเกือบจะเป็นบ้าเลย”

 

บาร์ริเคดหนีตามองอีกฝ่าย“ซึ่งได้อาการบ้าที่ว่านั่นมันเกิดจากไวรัสสินะ”

 

เมกาทรอนขมวดคิ้วมองเขา“เป็นไวรัสที่อันตรายมากด้วย”เขาพึมพำแล้วกลับไปเดินต่อ

 

ซาวน์เวฟก้มลงมองอีกฝ่าย“ผมไม่อยากเชื่อเท่าไรนักว่าเป็นไวรัสที่ทำให้ท่านยอมเริ่มสงครามเลยนะครับ”

 

เมกาทรอนขมวดคิ้วก่อนพยักหน้าเศร้าๆ“เรื่องมันเริ่มตอนที่โอไรออนกับฉันได้รับตำแหน่ง”เขาเริ่มเล่า ทุกคนต่างมองเขาด้วยความสนใจพยายามตั้งใจฟัง “ตอนที่เขาได้รับตำแหน่งไพร์มและฉันได้ตำแหน่งเจ้าผู้พิทักษ์เราทั้งสองได้เข้าไปในห้องแห่งออลสปาร์คซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์อันศักดิ์ของเราทั้งหมด”

 

“ท่านหมายถึงที่เป็นเอกสารภาพเคลื่อนไหวหรือครับ?”รัมเบิลถามด้วยความสงสัยแต่เมกาทรอนนั้นกลับส่ายหน้า

 

“ไม่ใช่ เอกสารที่เป็นข้อมูลกระดาษเลยล่ะ เป็นเอกสารของสิบสามผู้ก่อตั้ง”

 

“โกหกน่า”เรเวจจ้องอีกฝ่ายด้วยความตะลึง

 

เมกาทรอนพยักหน้า“ในเอกสารพวกนั้นนั่นแหละที่เราได้อ่านเรื่องคำพยากรณ์”

 

“อ้อ ไอ้นั้นอีกแล้ว”บาร์ริเคดเปรยออกมา เมกาทรอนหันมองเขาด้วยความตกใจระคนแปลกใจ

 

“เจ้ารู้เรื่องคำพยากรณ์หรือ?”เขาถามด้วยความไม่เชื่อ

 

บาร์ริคดพยักหน้า“ออพติมัสบอกเราตอนที่แซมได้คุยกับพริมัสครั้งแรก เราพอจะเดาได้ว่าครึ่งหลังนั้นน่าจะหมายถึงแซมแต่ที่เหลือเรายังไม่รู้”

 

เมกาทรอนมีสีหน้าครุ่นคิด“ว่ากันตามตรงแล้วเขาเป็นคนที่จบสงคราม แต่เราคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เขาทำลายออลสปาร์คและฆ่าเราไปพร้อมๆกัน”

 

“ใครก็ได้ช่วยอธิบายเรื่องคำพยากรณ์นี่ให้ฟังหน่อยได้ไหม?”เรเวจถามอย่างพยายามอดทน เขาลุกขึ้นนั่งมองทั้งสองคน

 

เมกาทรอนพยักหน้ารับ“เอาสั้นๆคือสิบสามผู้ก่อตั้งนั้นได้คุยกับพริมัส ท่านบอกถึงสงครามที่จะลามไปทั่วทั้งดาวของเราและพูดถึงคนที่จะเป็นคนจบสงคราม”

 

ดิเซพติคอนคนอื่นๆนั้นได้แต่มองเมากทรอนตาโต“เดี๋ยวนะ หมายความว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น แล้วท่านก็ติดไวรัเข้าท่านก็เลยหาเรื่องก่อสงครามหรือครับ?”รัมเบิลร้องขึ้นด้วยความไม่เชื่อ

 

เมกาทรอนไหล่ตก“มันซับซ้อนกว่านั้นแต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดเท่าไรหรอก”

 

“นั่นไม่ใช่เรื่องเดียวกันกับตอนที่ท่านชักชวนให้เราเข้าร่วมดิเซพติคอนเลยนะครับ”ซาวน์เวฟกล่าวเสียงเรียบ เมกาทรอนตัวงอยิ่งกว่าเก่า

 

“แต่เรื่องที่เราบอกเจ้าไปก็เป็นเรื่องจริง”เมกาทรอนถอนหายใจ “ไวรัสทำให้ระบบประมวลผลของเรานั้นเละไปหมด ตอนที่เรารู้ว่าจะเกิดสงคราม