[TF]Cover Me:Chapter 96

posted on 01 Sep 2013 21:39 by ki-kakao in TF directory Fiction, Cartoon

สวัสดีค่ะ กลับมารายงานตัวแล้วค่า คิดถึงกันหรือเปล่า?เอาล่ะมาต่อกันเลยดีกว่านะคะ ใกล้จะตอนที่100 แล้วตื่นเต้นจังไม่น่าเชื่อว่าจะแปลมาจะร้อยตอนแล้ว

Kakao

 

ตอบเม้น                              

1 # คุณลมหนาว  โพร์วแอบน่าสงสารที่โมโหไปคนเดียวแต่ก็เข้าใจหัวอกของออพติมัสนะคะ เอาเข้าจริงป๋าออพของเราคงอยากสวนสักเปรี้ยงเอาให้พูดไม่ออก แต่ในฐานะผู้นำที่ดีคงไม่น่าจะใช่วิธีที่น่าปลื้มเท่าไร แม้ว่าเราๆคงจะสะใจ

2# คุณ blackfullmoon ฮาๆ เพราะว่าเพอร์เซพเตอร์จืดจางละมั้งคะ ตอนหลังๆเจ้าตัวก็ใช้ความจืดจางของตัวเองเข้าไปแอบฟังคนเขาทะเลาะกันจนรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ไปหมด

3# คุณPB มิสไฟร์แม้ว่าจะซุ่มซ่ามแต่ความจริงแล้วรู้อะไรเยอะนะคะ เพียงเหล่า’คอนทนความซุ่มไม่ได้เลยรำคาญเขามากกว่านะ แต่ที่จะบอกข้าวว่าก็คงเรื่องเดียวกันกับเพอร์เซพเตอร์มั้งคะ เดานะ

 

Credit : http://blkdragonqueen.livejournal.com/

                              

คำอธิบายเกี่ยวกับลักษณะตัวอักษรในฟิค

 

“ประโยคคำพูด”

 

'ความคิด'

 

“-สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ-”

 

“ภาษาไซเบอร์ตรอน”

 

“:สตาร์ลิงค์:”

 

อธิบายเพิ่มเติม

ลิงค์: การที่สปาร์คเรียกหากัน แต่ยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เชื่อมสัมพันธ์ : ประมาณการแต่งงาน

สตาร์ ลิงค์: การที่สปาร์คสองดวงพูดคุย

 

 

อายุอานามของเหล่าหุ่นในเรื่องเมื่อเทียบกับคน

 

Autobots

Optimus: 27-30

Ratchet: 37-40

Ironhide: 37-40

Bumblebee: 17-19

Wheeljack: 38-40

Twin: 23-24

Perceptor: 35-37

Inferno: 30-35

Red Alert: 25-27

 

 

Decepticon

Barricade: 20-23

Starscream 30-33  

Thundercracker 30-33

Skywarp 30-33

Misfire 23-25

Runamuck 35-38

Runabout 35-38

Hook 37-40  

Scraper 37-40

Long haul 37-40  

Scavenger 37-40

Mixmaster 37-40  

Soundwave: 35-38-- All cassettes: 26-34

 

Pairing

Wheeljack x Ratchet, Prowl x Jazz, Sideswipe x Sunstreaker

 

 

Cover Me

By Black Dragon Queen

 

 

 

Chapter 96 : รายละเอียดปลีกย้อย

อีกครั้งที่ผู้อยู่อาศัยทั้งฐานทัพนั้นเข้ามารวมกันในห้องโถงหลักเพื่อพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นภายในฐานทัพ ภายในห้องนั้นดูจะแออัดไปสักหน่อยเมื่อมานึกได้ว่าตอนนี้มีเหล่าไซเบอร์ทรอนเนียนถึงยี่สิบสองคนที่พยายามหาที่นั่ง น่าแปลกที่ซิมมอนส์นั้นยอมมาหลังจากที่ถูก“หว่านล้อม”โดยวิลล์และเอปส์ นายทหารทั้งสองพยายามชักจูงในซิมมอนส์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม“ปกติ” เพื่อที่ว่าเขาเองก็จะไม่มองทุกคนใหม่ แซมดูจะไม่แน่ใจว่านั่นเป็นความคิดที่ดีหรือไม่

“คำที่พวกนั้นพูดกันมันคืออะไรหรือ?”ซิมมอนส์ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“หืม?เอนเนอร์จอนน่ะหรือ?” เอปส์ปรายตามองอดีตเจ้าหน้าที่ของเซกเตอร์เซเว่น“ดูเหมือนว่าโลกจะมีอาหารของพวกเขานะ”

“ซึ่งที่เรามาประชุมกันก็เรื่องนี้แหละ” วิลล์ชะโงกหน้าออกมาพูดบ้าง“เราจะคุยกันว่าเราจะขึ้นไปที่นั่นได้ยังไงแล้วก็กลับมาที่นี่ยังไงด้วย”

“ไม่ใช่อีกคำหนึ่งต่างหาก”ซิมมอนส์ว่า

“สปาร์คลิงก์หรือคะ?”จูดี้ถามจากที่นั่งข้างๆแซม ซิมมอนส์ชะโงกหน้าออกมาจากที่นั่งใกล้เกล็นที่นั่งไปทางด้านซ้ายของแซม

“ใช่ๆคำนั้นนั่นแหละ”ซิมมอนส์พยักหน้ารับ

“อ้อ คำนั้นหมายความว่าลูกน่ะค่ะ”จูดี้หัวเราะ

“เธอว่าเขาจะต้องใช้ห้องดูและเด็กอ่อนหรือเปล่า?”แครอลถามด้วยความตื่นเต้น “ฉันละชอบเวลาที่เปลี่ยนเครื่องตกแต่งห้องนอนของไมลส์จริงๆ”

เด็กชายเจ้าของชื่อคราง“แม่ฮะผมว่าเขาคงอยากทำกันเองมากกว่านะฮะ”

“แต่ถ้าพูดตามตรงแล้วพวกนั้นก็เป็นผู้ชายกันหมดนี่นา”แครอลบอกแล้วโบกมือไปมา “พวกผู้ชายไม่มีเซนส์เรื่องแต่งห้องเล็กอ่อนเท่าไรเลยนะ”

“เดี๋ยวนะคะ แล้วเด็กอ่อนที่ไหนกันที่พูดถึงอยู่”แม็กกี้ถามข้ามหัวแซมที่พยายามหดตัวให้เล็กลงเพื่อไม่ให้ขวางทาง “ถ้าทุกคนเป็นผู้ชายหมด....”

“ดูเหมือนพริมัสจะช่วยโดยทำให้ทุกคนสามารถมีลูกเองได้แทนที่จะไปพึ่งก้อนหินสี่เหลี่ยมๆน่ะ”จูดี้บอกพลางหัวเราะ

“เดี๋ยวนะครับ ตกลงว่าพวกนั้นมีลูกได้ซะอย่างนั้น?” เกล็นถามด้วยความแปลกใจ“แล้วทำได้ยังไงล่ะนั่น?”

“แปลกใจอะไรล่ะ ก็พวกเขาเป็นเอเลี่ยนนี่นา”แม็กกี้หัวเราะ “งั้นที่เรากำลังทำอยู่นี่คือหาเรื่องกวนเขาสินะคะ?”

“ใช่เลย”จูดี้หัวเราะ

“แล้วคนไหนล่ะที่เป็นผู้โชคดี”แม็กกี้ถาม ดวงตามองไปทางกลุ่มออโตบอทด้วยความสงสัย

“แจ๊สละคนหนึ่ง”จูดี้บอก

“จริงหรือคะ?”แม็กกี้ปรายตามองแจ๊ส “ดีแล้ว เขาจะได้มีความสุขเสียที เรื่องที่เขาต้องเจอผ่านๆมามันหนักมากเลยนี่นะ”

“อืม”จูดี้พยักหน้ารับ “แล้วดูเหมือนว่าคนที่ชื่อซันนีเองก็ด้วย”

เกล็นขมวดคิ้วพยายามชะเง้อหน้ามอง“คนไหนนะครับ?”

“ที่สีเหลืองอีกคนน่ะฮะ” แซมตอบแล้วพยักเพยิดไปทางเมคที่ว่า

“อ้อ โอเค”เกล็นพยักหน้ารับ

“แล้วคิดว่าเด็กๆจะหน้าตาเป็นยังไงคะ?”แม็กกี้ถามต่อด้วยความอยากรู้

“ก็คงได้แต่รอดูแล้วล่ะงานนี้”จูดี้บอกไปยิ้มไป

“อยากจะให้ผมสลับที่กับแม็กกี้ไหมฮะจะได้คุยกันง่ายๆ?”แซมถามด้วยความรำคาญหน่อยๆที่ต้องมาอยู่ตรงกลางระหว่างสองสาว

“ไม่เป็นไรจะลูกรัก” จูดี้ตบแขนเขาเบาๆก่อนหันกลับไปหาแมกกี้“ ที่นี้นะ น้ากับแครอลเลยคุยกันเรื่องชั้นเรียนสำหรับคุณพ่อมือใหม่กันน่ะ”

“ยิ่งกว่าฝันร้ายอีกนะนั่น”สตีฟหัวเราะ

“ให้ไปอ่านหนังสือเองไม่ได้หรือ?”รอนถามแล้วเลิกคิ้วมองภรรยาของตนเอง

“เดี๋ยวนะ”ซิมมอนส์ที่นั่งนิ่งมานานเอ่ยแทรกบทสนทนาขึ้นมา “จะบอกว่าพวกนั้นกำลังขยายเผ่าพันธุ์กันเรอะ?”

จูดี้ขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย“ที่ฉันพูดคือพวกเขากำลังมีลูกนะคะ” กวงตาเรียวหรี่ลง“มีปัญหาหรือยังไงคะ”

ซิมมอนส์จ้องอีกฝ่ายกลับอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยอมแพ้สายตาถมึงถึงของจูดี้ เขาตอบอย่างไม่แน่ใจ“ไม่ครับคุณผู้หญิง”

“ดีค่ะ”จูดี้พยักหน้าหนึ่งทีก่อนหันไปคุยกับสาวน้อยสาวใหญ่ต่อ แซมถอนหายใจแล้วปรายตามองมิเคล่าที่หัวเราะคิกคักจากที่นั่งของตนเองตรงสุดแถวใกล้กับสตีฟ ไมลส์เองก็มีสีหน้าเบื่อโลกสุดๆ ดวงตามองเหล่าออโตบอทที่เดินไปเดินมา

แซมหันมองไปทางกลุ่มดิเซพติคอนที่ไปยืนรวมกลุ่มกันที่มุมหนึ่งเพื่อคุยกันเงียบๆ บัมเบิลบีก็อยู่ตรงนั้นด้วยแต่เขาดูจะสนใจเพื่อนร่วมรบของตนเองที่เดินคุยกันไปคุยกันมากกว่า กลุ่ม’คอนดูจะคุยเรื่องที่เครียดทีเดียว แวมขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้นยืน“เดี๋ยวเดินไปหาบีกับคนอื่นๆหน่อยนะครับ”เขาบอก ไมลส์และมิเคล่าเองก็ลุกขึ้นเช่นกัน

“ตามสบายจ้ะลูก”จูด้พยักหน้าให้ลูกชายก่อนขยับเข้าไปนั่งที่ของแซมแทนเพื่อคุยกับแม็กกี้

แซมพยักหน้าให้มารดา เขาและเพื่อนๆเดินไปตามแคทวอร์คเพื่อไปยังอีกฝากหนึ่งของห้อง“ไง” เขาเอ่ยทัก“เป็นยังไงบ้าง?”

“แซม” บาร์ริเคดพยักหน้ารับแล้วส่งมือให้แซมเดินลงมานั่ง“เรากำลังคุยเรื่องปัญหาใหม่อยู่น่ะ”

“หือ?”แซมครางก่อนก้มลงมองที่เฟรนซีทันที

เฟรนซีส่ายหน้า“ไม่-ไม่ใช่เรื่องน-น-นั้น”

“เรากำลังคุยกันเรื่องการเดินทางอันถัดไปกันครับ”ซาวน์เวฟบอกเขา

“แล้วมันทำไมหรือคะ?” มิเคล่าที่นั่งตรงระเบียงแคทวอร์คถามด้วยความสับสน“ก็การเจอเอนเนอร์จอนน่าจะเป็นข่าวดีไม่ใช่หรือ? ”

“สำหรับออโตบอทนะ”บาร์ริเคดลากเสียง

“หือ?”ไมลส์กระพริบตางงๆแต่แซมเข้าใจในทันทีว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่

“อย่าบอกนะว่าคิดว่าพวกเขาจะไม่แบ่งให้น่ะ”แซมอ้าปากด้วยความไม่เชื่อ เหล่าดิเซพติคอนต่างยักไหล่

“ออพติมัสไม่ได้เป็นคนแล้งน้ำใจแบบนั้นนะ” บัมเบิลบีบอก ดวงตามไม่ได้ละสายตาจากคนอื่นๆ“เขาต้องแบ่งให้อยู่แล้วถ้าสตาร์สกรีมหรือเหล่า’คอนต้องการน่ะ”

“เขาแบ่งให้อยู่แล้วล่ะ แม้ว่าพวกนั้นจะไม่ต้องการก็ตาม”เมกาทรอนถอนหายใจ “เขาทำแบบนั้นเสมอ”

“เรื่องนั้นผมเห็นด้วยเลย” บัมเบิลบีเห็นด้วยก่อนก้มลงมองเมคร่างเล็ก“แต่คิดบ้างหรือครับว่าที่พูดออกมาเสียงดังท่ามกลางกลุ่มออโตบอทแบบนั้จะเป็นเรื่องที่ดีน่ะครับ”

เมกาทรอนยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ“ไม่เสี่ยงแล้วจะสนุกอะไรล่ะ”

บาร์ริเคดส่ายหน้า“ยังไงก็แล้วแต่นั้นไม่ใช่ปัญหาเดียวที่เรากำลังถกกันหรอกนะ”

“โอ้แล้วมีอะไรอีกล่ะที่ต้องกระซิบคุยกันเนี่ย?”มิเคล่าถามอย่างสงสัย

“ก็เรื่องที่ว่าพวกนั้นจะทำยังไงกับเราตอนที่พวกเขาออกไปกู้เอนเนอร์จอนกันน่ะ”รัมเบิลตอบกลับพร้อมสีหน้าครุ่นคิด

“หืม?”แซมมองอีกฝ่าย “หมายความว่ายังไงที่ว่าเขาจะทำยังไงกับพวกนาย?”

“ฉันไม่คิดว่าเขาจะยอมให้เราไปด้วยหรอกนะ” เรเวจหาว“ซึ่งถ้าสมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มไปกันหมดก็หมายความว่ามีแค่ไม่กี่คนที่จะอยู่เฝ้าเรา”

“และแน่นอนว่ายังมีเรื่องที่มีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยเรื่องที่เราอยู่ที่นี่ ซึ่งถ้าให้เดาไม่ผิดเราคงโดนขังลืมไม่ก็โดนเปิดเครื่องถาวรแน่ๆ”

“บาร์ริเคด!”แซมดุ ใ