[TF]Cover me:Chapter 95

posted on 18 Aug 2013 19:42 by ki-kakao in TF directory Fiction, Cartoon

สวัสดีค่ะทุกคน ก่อนอื่นขอบอกข่าวก่อนว่าอาทิตย์หน้าต้องขอหยุดนะคะ พอดีมีภาระกิจต้องไปทำธุระกับที่บ้าน คงสงสัยว่าช่วงนี้หยุดบ่อยจัง ข้าวไม่ได้ปันใจไปไหนนะ (แต่ก็แอบไปหาTeen wolfหน่อยๆ ฮา) ยังคงรักTFเหมือนเดิม แล้วจะรีบกลับมานะคะ

 

 KaKao

 

ตอบเม้น                                            



1 # คุณ blackfullmoon ลืมเยอะค่ะ พอสติไม่ปกติ(โดนเมกาทรอนเป่า)เลยลืมนั่นลืมนี่บ่อยไปหน่อย

2# คุณ Super_ป่องป๊อง โถววว เช็ดน้ำลายก่อนค่ะ แอร๊ย ช่วยซับให้

3# คุณ PB เรื่องนี้มันมีแต่เรื่องนะคะ ไม่อย่างนั้นเรื่องไม่เดินอ่ะ ฮา

 

Credit : http://blkdragonqueen.livejournal.com/

                                          

คำอธิบายเกี่ยวกับลักษณะตัวอักษรในฟิค

 

“ประโยคคำพูด”

 

'ความคิด'

 

“-สื่อสารผ่านคลื่นวิทยุ-”

 

“ภาษาไซเบอร์ตรอน”

 

“:สตาร์ลิงค์:”

 

อธิบายเพิ่มเติม

ลิงค์: การที่สปาร์คเรียกหากัน แต่ยังไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เชื่อมสัมพันธ์ : ประมาณการแต่งงาน

สตาร์ ลิงค์: การที่สปาร์คสองดวงพูดคุย

 

 

อายุอานามของเหล่าหุ่นในเรื่องเมื่อเทียบกับคน

 

Autobots

Optimus: 27-30

Ratchet: 37-40

Ironhide: 37-40

Bumblebee: 17-19

Wheeljack: 38-40

Twin: 23-24

Perceptor: 35-37

Inferno: 30-35

Red Alert: 25-27

 

 

Decepticon

Barricade: 20-23

Starscream 30-33  

Thundercracker 30-33

Skywarp 30-33

Misfire 23-25

Runamuck 35-38

Runabout 35-38

Hook 37-40  

Scraper 37-40

Long haul 37-40  

Scavenger 37-40

Mixmaster 37-40  

Soundwave: 35-38-- All cassettes: 26-34

 

Pairing

Wheeljack x Ratchet, Prowl x Jazz, Sideswipe x Sunstreaker

 

 

 

 

Chapter 95: …..ก็มีเรื่องนี้

ทั้งกลุ่มละสายตาจากเพอร์เซพเตอรที่หายเข้าไปในห้องโถงหลักมามองที่เมกาทรอนด้วยสีหน้าตะลึงด้วยความไม่เชื่อ“คุณรู้เรื่องเอนเนอร์จอนหรือ?”บาร์ริเคดตะโกนถามเสียงหลง

เมกาทรอนมองกลับมาด้วยสีหน้าเบื่อโลก“ต้องรู้สิ ไม่อย่างนั้นจะไปลงจอดที่กลางขั้วโลกเหนือทำไมล่ะ ทั้งที่ออลสปาร์คอยู่ที่อาริโซนาเนี่ย?”เขาทำหน้าเหมือนบาร์ริเคดนั้นพูดอะไรโง่ๆออกมา

“ท่านรู้ว่าเราจะไปหาเอนเนอร์จอนได้ที่ไหนหรือครับ?”ซาวน์เวฟก้มหน้ามองเมกาทรอนด้วยความแปลกใจ เมกาทรอนพยักหน้าแล้วยักไหล่ให้                                                          

“แล้วทำไมท่านไม่พูดอะไรเลยล่ะครับ?”รัมเบิลถามด้วยความงุนงง

เมกาทรอนยักไหล่“ก็ตอนที่ถูกแช่แข็งมันก็เลยลืมไปน่ะสิ เราหลับไปตั้ง1000ปีเลยนะ”

“ขั้วโลกเหนือหรือ?”เรเวจรีบหาข้อมูลในเว็บเพจทันที ก่อนจะอ้าปากเมื่อพบข้อมูลบางอย่าง“นั่นมันเขตพื้นที่ต่ำกว่าศูนย์องศาเลยนะ!”

“ห๊ะ?แล้วเอนเนอร์จอนไปอยู่ตรงนั้นเนี่ยนะ?มันก็แข็งเป็นหินน่ะสิ!”เลเซอร์บีคบ่นอุบ “หนาวๆแบบนั้นไม่เอา!”

“อย่างน้อยก็ดีกว่าหลังคาร้อนๆล่ะนะ”บัซซอลว่า

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ!ตามเจ้าไมโครสโคปนั่นไปก่อนเร็ว!”บัมเบิลบีเอ่ยเรียกสติทุกคนแล้ววิ่งตามเพอร์เซพเตอร์ โดยมีเรเวจวิ่งตามหลัง

ซาวน์เวฟวิ่งไปหามาถามบาร์ริเคดไปด้วย“ไมโครสโคปคืออะไรหรือ?”

“ตอนนั้นมันสำคัญเรอะ?”บาร์ริเคดพ่นลมหายใจแล้ววิ่งตามบีนำหน้าคนอื่นโดยมีเหล่า’คอนวิ่งตามหลัง

ทั้งหมดเดินเข้ามารวมกลุ่มกับบี ทั้งหมดกรูกันเข้าห้องไปพร้อมกัน เพอร์เซพเตอร์เงยหน้าขึ้นจากแผงควบคุมของคอมพิวเตอร์“โอ้ดีเลย!บัมเบิลบีพอจะรู้วิธีใช่เครื่องกระจายเสียงของเรดบ้างไหม?”เมคร่างเล็กถามอีกฝ่ายใสซื่อขณะมองปุ่มหลายสิบอันเช่นเดียวกับสวิชต์

“ครับ?”บีจ้องอีกฝ่ายด้วยความงงๆ

“เรื่องนั้นก็ช่างมันก่อน!”บาร์ริเคดขึ้นเสียงแล้วเดินเข้าไปหาออโตบอท เขาเข้าไปคว้าพยักเก้าอี้แล้วหมุนอีกฝ่ายให้หันมามอง เพอร์เซพเตอร์นั้นตาโตเมื่อจู่ๆก็หันไปเผชิญหน้ากับเมคที่ท่าทางจะอารมณ์เสียสุดๆ “เอนเนอร์จอน”เขาคำราม “นายหาเอนเนอร์จอนเจอจริงๆหรือ?”

เพอร์เซพเตอร์จ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่นานก่อนจะขมวดคิ้ว“ในที่สุด!ก็มีคนฟังผมพูดสักที”เขาพูดกึ่งๆประชดแล้วหันเก้าอี้กลับไปจ้องที่แผงควบคุมต่อ “ผมนึกว่าการทดลองอันล่าสุดของผมมันทำให้ฉันล่องหนไปเหมือนมิราจแล้วนะเนี่ย”

“เพอร์เซพเตอร์”บีเดินเข้ามาหา “ทำไมคุณไม่บอกเราว่าเจอเอนเนอร์จอนล่ะ?”

“ผมลองแล้วนะ”เพอร์เซพเตอร์บอกอย่างจนปัญญา “แต่เพราะทุกคนมัวแต่ยุ่งเรื่องบ้าบอของตัวเองแล้วก็ไม่สนใจผมเลยสักนิด โอ้นี่เอง”เพอร์เซพเตอร์ดันสวิตช์ขึ้นแล้วกระแอมไป ซาวน์เวฟเบ้หน้าเมื่อได้ยินเสียงสะท้อนดังก้องไปมาเมื่อนักวิทยาศาสตร์หนุ่มของออโตบอทเริ่มพูด “โปรดทราบเหล่าออโตบอทที่อาศัยอยู่แถวนี้”เขาพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง “นี่คือหัวหน้าฝ่ายวิจัยวิทยาการพูด เนื่องจากไม่มีใครสนใจที่จะฟังผมพูดต่แหน้า ผมเลยตัดสินใจที่จะบอกตามเสียงตามสายเพื่อแจ้งว่าผมจะออกเดินทางในวันนี้เพื่อไปรวมรวมคริสตัลเอนเนอร์จอนที่ผมระบุตำแหน่งได้เมื่อวานนี้!และเนื่องจากไม่มีใครสนใจเลยเว้นแต่เหล่าดิเซพติคอนที่อาศัยอยู่กับเราด้วย อ้อแล้วก็บีอีกคน-”

เขาหยุดพูดแล้วหันกลับมามองทั้งกลุ่ม“ผมคิดว่าพวกคุณคงอยากไปด้วยสินะ?”เขายิ้มมองทุกคนที่พยักหน้ารัวเร็วก่อนหันกลับไปที่ไมโครโฟน “ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะร่วมเดินทางไปกับผมด้วย ผมหวังว่าจะเจอทุกคนหลังจากกลับมาจากการตามหาของที่เราทุกคนต้องการนะครับ เหอะ!”เพอร์เซพเตอร์สับสวิตช์เครื่องกระจายเสียงก่อนหัวเราะหึๆไม่ยอมหยุด “แล้วมันก็อยู่ตรงนั้นมาตลอดเวลาเลยด้วย!!”

บาร์ริเคดปรายตามองบีด้วยสีหน้าหวาดกลัวหน่อยๆ“ปกติหมอนั่นก็เป็นแบบนั้นหรือ” บัมเบิลบีส่ายหน้า บาร์ริเคดหันกลับไปมองคนที่กำลังหัวเราะ“ถึงคราววิบัติแล้วล่ะมั้ง”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ออพติมัสขมวดคิ้วเมื่อเครื่องกระจายเสียงดังซ่า เขาหันกลับไปมองที่ลำโพงไม่สนใจโพร์วและวีลแจ็คที่ยังคงหัวเสีย เขาพยายามฟังว่าเรดจะพูดอะไร“โอย อะไรอีกละเนี่ย?”ออพติมัสครางอย่างเหนื่อยใจ

“เฮ้ยอย่ามามองฉันเลย”แรทเชทหัวเราะแล้วละลายตาจากการทะเลาะกัน

“อะไร-?เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ!”วีลแจ๊คบอกอย่างไม่พอใจเมื่อทั้งคู่ไม่สนใจตน

“ใครว่าจบแล้วต่างหาก” ออพติมัสบอกเสียงเรียบ เขาถอนหายใจ พอได้ยินเสียงเพอร์เซพเตอร์ดังออกมาจากลำโพงเขาก็เลิกสนใจแล้วหันไปหาสองเมคที่ยังคงฟูมฟายต่อไป“ช่างมันเถอะ แล้วเมื่อกี้นายว่าอะไรเรื่องการเติบโตของเด็กแล้วอิทธพลของดิเซพติคอนที่จะมีกับเด็กนะ?”

“เอ่อ ออพติมัส...เธอต้องอยากได้ยินอันนี้แน่จ้ะ”จูดี้เรียกจากบนมือเขาเมื่อเพอร์เซะเตอร์บอกว่าเขากำลังจากออกเดินทาง

“หืม?” ออพติมัสหันกลับไปฟังก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อจับใจความได้“ให้ตายสิ!”

แรทเชทก้มลงมองแครอล“สักครู่นะครับ”เขาบอกแล้วเดินตามร่างสูงไป

โพร์วและวีลแจ็คยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นก่อนจะรู้สึกตัว“เมื่อกี้หมอนั่นพูดว่าเอนเนอร์จอนหรือเปล่า?”โพร์วถามเพื่อนข้างกาย

“โอ้ดี นายก็ได้ยินใช่ไหมนึกว่าฉันบ้าไปคนเดียว”วีลแจ๊คถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ขอทางหน่อย!!”

ทั้งสองคนกระโดดแยกออกไปกันคนละทางเมื่อแจ๊สและบลูสตรีคนั้นวิ่งผ่านพวกเขาไปในร่างรถยนต์ เห็นได้ชัดว่าพึ่งตื่นนอนและกำลังคึกสุดๆ“ให้ตายสิแจ๊ส!ช้าลงหน่อยได้ไหม?”โพร์วตะโกนห้ามแล้วรีบวิ่งตามไป วีลแจ็ควิ่งตามไปห่างๆ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ซันนีเงยหน้าขึ้นเมื่อเสียงของเพอร์เซพเตอร์ดังขึ้นเหนือหัว“อะไรกันอีกละคราวนี้?”เขาพึมพำกับตนเองระหว่างฟัง จากที่รำคาญอยู่เป็นนิจเปลี่ยนเป็นตะลึงเขารีบหันไปหาสามีของตนเอง “เฮ้ไซด์!”เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าไซด์สไวป์นั้นหลับอุตุอยู่ข้างๆ ซันนีพ่ลมหายใจแล้วผลักอีกฝ่าย “ให้ตายสิไซด์ ตื่นเร็ว!”

“เหอ-?ทุกคนไปรวมกันที่ดาดฟ้า!”ไซด์สไวป์ตะโกนแล้วกระโดดลุกขึ้น เขามองไปรอบๆห้องอย่างงงๆ “เดี๋ยวนะ เราโดนโจมตีหรือ?”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เรด อเลิร์ทเงยหน้าขึ้นจากอกของอินเฟอร์โนที่ตนกำลังซบอยู่“อะไรกัน?” เขาพึมพำก่อนลุกขึ้นนั่ง

“หือ?มีอะไรหรือ?” อินเฟอร์โนมองอีกฝ่ายเมื่อจู่เรดก็ลุก“เกิดอะไรขึ้น?”

เรดนั้นได้แต่นั่งเงียบๆฟังว่าเพอร์เซพเตอร์นั้นพูดอะไร ดวงตาสีฟ้าวาวขึ้นด้วยความตกใจ“ฉันไม่อยากจะเชื่อ!”เขาตะโกนแล้วพยายามลุกขึ้นยืน ขาก้าวข้ามอินเฟอร์โนตรงไปยังประตู “หมอนั่นมันเจอเอนเนอร์จอน!”

เท่านั้นแหละอินเฟอร์โนก็ตื่นเลย“อะไรนะ!”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ฮาวน์หันกลับมาหาบลาสเตอร์ด้วยสีหน้าตะลึง“เมื่อกี้เขาพูดว่าเอนเนอร์จอนรึเปล่า?”เขาถามดวงตามองที่ลำโพงที่ติดอยู่กับหอสังเกตุการณ์

“ผม...ว่าใช่นะ”บลาสเตอร์อ้าปากค้าง เขาเองก็จ้องไปทางเดียวกัน ทั้งสองมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกุลีกุจรลุกขึ้นแย่งกันออกไปนอกห้อง และไปเจอกับไอออนไฮด์เข้ากลางทาง

“เจ้าบ้าสติไม่เต็มมันพูดว่าเอนเนอร์จอนหรือเปล่า?”ไอออนไฮด์ถาม

“ก็ใช่น่ะสิ!!”ทั้งสองตะโกนบอกขณะวิ่งผ่านไป

“ให้ตายสิ”ไอออนไฮด์บ่นแล้ววิ่งตามไป “งานนี้ไม่จบสักทีนะเนี่ย”

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

บาร์ริเคดมองเมคที่หัวเราะไม่เลิกอย่างไม่แน่ใจ“นายว่าความร้อนทำให้เขาบ้าหรือเปล่า”

“ถ้าจะให้พูดน่าจะบอกว่าเข้าสู่ด้านมืด ไม่ก็ด้านมนุษย์ถึงจะถูก”เรเวจพึมพำเขาเอียงคอมองอีกฝ่ายเช่นกัน

จู่ๆเพอร์เซพเตอร์ก็หยุดหัวเราะแล้วหันเก้าอี้กลับมาหาทั้งกลุ่ม“โอเค ผมจะออกเดินทางในอีกห้านาที ไปเจอกันตรงนั้นไม่ก็ไม่ต้องไปเลยเลือกเอาเอง ผมจะไม่รออีกต่อไปแล้ว” เพอร์เซพเตอร์ยิ้มกว้างแล้วเดินออกไปเปิดป